บทความ

ผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19

รูปภาพ
“แพทย์อายรุกรรม” ยันวัคซีนปลอดภัยกับทุกกลุ่มโรค ด้าน “แพทย์มะเร็ง” ชี้ผู้ที่อยู่ระหว่างปลูกถ่ายไขกระดูกสันหลังให้เคมีบำบัดภูมิขึ้นช้ากว่าคนทั่วไป ชี้วัคซีนไม่ซ้ำเติมอาการมะเร็ง ยันยังควรฉีด  เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2564 วงเสวนา “รู้ชัดก่อนฉีด เคลียร์ปมคาใจวัคซีนโควิด-19 มีโรคประจำตัวควรฉีดหรือไม่” ทางเฟซบุคไลฟ์ ThaiPBS พล.อ.ท.นพ.อนุตตร​ จิตตินันทน์​ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาศูนย์โรคไตโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า การศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อมีการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในคนจำนวนมาก พบว่า วัคซีนบางชนิดเช่นไฟเซอร์ และโมเดอร์นา มีประสิทธิภาพถึง 99% แอสตราเซเนกา 74% และ ซิโนแวค 50% ข้อมูลเหล่านี้มักสร้างความสับสน ซึ่งความจริงระบุถึงประสิทธิภาพได้ยาก เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยแวดล้อมแต่ละประเทศ และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาว่ามีการระบาดหนัก หรือมีการกลายพันธุ์หรือไม่ โดยหากต้องการความชัดเจน จะต้องศึกษาแบบ Head tp Head จึงจะระบุประสิทธิภาพได้ 100% อย่างไรก็ตามการเก็บข้อมูลการฉีดวัคซีนในประเทศอังกฤษ ซึ่งฉีดไฟเซอร์ และแอสตราเซเนกาเป็นหลัก พบว่าแอสตร...

เจ็บแต่ไม่จบ… เมื่อล็อกดาวน์เอาไม่อยู่​ แนะรัฐเตรียมหาวัคซีนฉีดเข็ม 3 รับมือระบาดรอบ 4

รูปภาพ
เป็นความตั้งใจดีของ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เปิดวอล์กอินฉีดวัคซีน หวังกระจายวัคซีน อย่างรวดเร็วและทั่วถึง  “สาธิต ปิตุเตชะ”  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลจึงเปิดให้ประชาชนวอล์กอิน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป็นนโยบายให้มีสัดส่วนผู้ฉีดวัคซีนแบบวอล์กอิน 20% อีก 30% มาจากการลงทะเบียนผ่านไลน์แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” และส่วนใหญ่ 50% มาจากการสำรวจของ อสม. ลงทะเบียนในโรงพยาบาลเป็นผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง 7 โรค  ขณะที่กรุงเทพมหานครแถลงข่าวชัดเจนว่า ยังไม่เปิดรับประชาชนวอล์กอินเข้ามาฉีดวัคซีน เนื่องจากวัคซีนยังมีจำกัด และยังต้องจัดลำดับความสำคัญ ให้กับทั้งกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มอาชีพเฉพาะ เช่น ครู เจ้าหน้าบริการสาธารณะ ที่จะต้องได้รับวัคซีนก่อน แผนกระจายวัคซีนล็อตใหญ่ของแอสตราเซเนกาล็อตแรกที่จะได้รับหลังวันที่ 17 พ.ค. นี้ จำนวน 6 ล้านโดส จะถูกแบ่งให้กับกรุงเทพมหานคร 1 ล้านโดส จังหวัดภู...

ล็อกดาวน์ไม่ช่วยคุมระบาดรอบ​ 3​ แนะตรวจเชิงรุกแยกโรค​ ขณะรอวัคซีน

รูปภาพ
นักวิจัยนโยบายสุขภาพ​ ชี้​ คลัสเตอร์เรือนจำสะท้อนมาตรการ​ล็อกดาวน์​ไม่ช่วยคุมระบาดในสภาพ​ชุมชนแออัด​ ด้าน​ ชูวิทย์​ เสนอฉีดวัคซีนในคุกสร้างภูมิคุ้มกัน​หมู่ ทำไมมาตรการล็อคดาวน์แต่เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยอะไรมากนักในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลระยะนี้?​ คือคำถามที่​ ผศ.นพ.บวรศม​ ลีระพันธ์​ รองผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล​ ตั้งขึ้นเพื่อจะอธิบายการรุกลามของตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ลดลงแม้มาตรการ​กึ่งล็อกดาวน์​ที่ดำเนินการมาเกือบครบ​ 14​ วันแล้ว​ (วันนี้​ 13 พ.ค.​ 64)   นพ.บวรศม​ ระบุว่า​ การพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็นคลัสเตอร์ในเรือนจำ อาจชี้ให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามาตรการล็อคดาวน์เมืองแต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ “คำตอบสุดท้าย” ของการควบคุมโรคในสถานการณ์การระบาดระลอกนี้ (ซึ่งเราพบผู้ติดเชื้อภายในครัวเรือนหรือภายในชุมชนแออัดในสัดส่วนมากขึ้น) เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ผู้ต้องขังในเรือนจำก็คือ "คนที่ถูกล็อคดาวน์ในรูปแบบที่เข้มข้นที่สุด" ติดต่อกับคนภายนอกน้อยมาก และมี mobility ต่ำมาก เข้า...

องค์การเภสัชฯ เดินหน้าผลิตยาฟาวิพิราเวียร์รักษาผู้ป่วยโควิด-19

รูปภาพ
หลังกรมทรัพย์สินทางปัญญา​ ปฏิเสธคำขอสิทธิบัตรยาฟาวิพิราเวียร์รูปแบบเม็ด​  พร้อมผลิตทันทีเดือนละ​ 1​ ล้านเม็ด​ จ่อดึงสวทช.-ปตท.​ วิจัยผลิตสารตั้งต้นยาเอง​  เมื่อวันที่​ 6​ พ.ค.​ 64​  นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึง​ กรณีกรมทรัพย์สินทางปัญญามีคำสั่งปฏิเสธคำขอรับสิทธิบัตรยาฟาวิพิราเวียร์รูปแบบเม็ดว่า คำยื่นขอสิทธิบัตรของบริษัทที่ยื่นขอนั้นไม่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น จากคำสั่งดังกล่าว ส่งผลให้อภ.สามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยาที่จำเป็นอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้ แม้ว่ากระบวนการตามกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้ยื่นขอสามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ภายใน 60 วัน หากไม่มีการอุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะถือว่าคำสั่งปฏิเสธของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่สุด เสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า อภ.ได้เริ่มทำการศึกษาชีวสมมูลในอาสาสมัครสุขภาพดี ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนเมษายน 2564 เพื่อศึกษาความเท่าเทียมกันในการรักษาเปรียบเทียบกับยาต้นแบบ โดยนำยาที่อภ. ผลิตในระดับอุตสาหกรรมไว...

รัฐยืนยันฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย

รูปภาพ
กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันนโยบายรัฐบาลฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ตามความสมัครใจและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสาธารณสุข เตรียมไว้ครอบคลุมร้อยละ 70  ของประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศ รวม 100 ล้านโดส เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า การฉีดวัคซีนโควิดเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ มีประชาชนซักถามจำนวนมาก นโยบายรัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ที่มีความประสงค์ จะฉีด มีข้อบ่งชี้และไม่มีข้อห้าม จะได้รับการฉีดวัคซีนทุกคนโดยความสมัครใจ และในการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศ (Herd immunity) ต้องฉีดครอบคลุมอย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชากร ซึ่งแผนการจัดหาวัคซีน มีประชากรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่หรือมีการทำงานต่อเนื่องในไทย รวมทั้งคณะทูตานุทูต ทั้งหมด 70 ล้านคน (เป็นคนไทย 67 ล้านคน และคนต่างชาติอีก 3 ล้านคน) เมื่อคิดยอ...

"อนามัยโพล" ชี้ ช่วงโควิดดุ ทำคนไทยอยากฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น

รูปภาพ
ระบุประชาชนมีความกังวลใจและรู้สึกต้องการฉีดวัคซีนโควิด–19 เพิ่มขึ้น 56.5% แนะวิธีการเตรียมตัวเมื่อไปฉีดวัคซีน        เมื่อวันที่​ 6​ พ.ค.​ 64​ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากการสำรวจผลอนามัยโพล เมื่อช่วงวันที่ 14 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม 2564 มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 11,093 คน ต่อประเด็นเรื่อง ความกังวลและความรู้สึกต่อการฉีดวัคซีน โควิด-19 พบว่าในภาพรวมประชาชนมีความกังวลใจเพิ่มขึ้น        ตามช่วงเวลาที่มีจำนวนผู้ป่วยและจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังวันที่ 23 เมษายน 2564 ที่มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่า 2,000 ราย ส่งผลให้ประชาชนมีความกังวลถึง 97.8% และความรู้สึกอยากฉีดวัคซีนได้มีการเปลี่ยนแปลงความคิดตามสถานการณ์ ซึ่งพบแนวโน้มที่ต้องการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าว การเสียชีวิตของนักแสดงตลกชื่อดัง และมีจำนวนผู้เสียชีวิตเกิน 20 ราย ยิ่งเป็นความกังวลใจทำให้ประชาชนอยากฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นถึง 56.5% นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเตรียมตัวไปฉีดวัคซีนนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้มี 7 ข้อแนะนำ ดังน...

ชู​ "ศูนย์พักคอยวัดสะพาน​" จุดเด่นคุมโควิดระบาดชุมชนคลองเตย​

รูปภาพ
เปิดแผนชุมชนจัดการตนเองกู้วิกฤต ‘คลองเตย’ จัดระบบพักคอยรอส่งต่อ-ดูแลหลังกลับจากรพ. ชี้ต้องเร่งถอดบทเรียน ขยายต้นแบบไปสู่พื้นที่อื่น เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2564 TheActive ได้จัดเวทีเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “โควิด-19 รุกคลองเตย : ช่วยชีวิต ปิดจุดเสี่ยง” เพื่อติดตามสถานการณ์การระบาดในพื้นที่คลองเตย กรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมถอดบทเรียนระบบการจัดการวิกฤตสุขภาพโดยชุมชน  น.ส.เพ็ญวดี แสดงจันทร์ ผู้จัดการมูลนิธิดวงประทีป กล่าวว่า ขณะนี้ชุมชนคลองเตยได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายเป็นจำนวนมาก มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ บุคลากรทางการแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ในชุมชนมีกำลังใจในการทำงานเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้ได้ร่วมกันมีการจัดตั้ง “ศูนย์พักคอยรอการส่งต่อ” ขึ้นที่วัดสะพาน ซึ่งเป็นความร่วมมือของชุมชนกับการสนับสนุนจากภาคีภายนอก เพื่อแยกผู้ที่ติดเชื้อจากครัวเรือนออกมาให้การดูแล และประสานหาเตียง โดยศูนย์นี้รองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 50 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถประสานเตียงให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง  ด้านนพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธาร...