แนะลงทุนฮับยา-เครื่องมือแพทย์ คุ้มกว่าทำวัคซีน
ผู้ทรงคุณวุฒิ สธ.สป แนะลงทุนผลิตยา - เครื่องมือแพทย์คุมกว่าพัฒนาวัคซีน ภาคปชช.ติงใช้บัตรทองตรวจโควิดยังช้า ชี้สธ.แถลงตัวเลขคนติดเชื้อสร้างความกลัว ด้าน ผอ.รพ.พระบรมราชินีนาถ สงขลา ผุด "ยุทธศาสตร์เปลี่ยนความกลัวเป็นความรู้" อยู่ร่วมโควิด
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 63 ที่ไทยพีบีเอส วงเสวนาออนลไน์ โฟกัสกรุ๊ป หัวข้อ "COVID-19 health System effect" นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุ 3 จุดแข็ง 3 จุดอ่อน การจัดการโควิด 19 ในระบบสาธารณสุขไทยโดย จุดแข็งคือ 1.ระบบระบาดวิทยา และสอบสวนโรค 2.โครงสร้างระบบบริการในระดับจังหวัด และ3. ความร่วมมือของเอกชนประชาชน
ส่วนจุดอ่อนคือ 1. ขาดอุปกรณ์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ ห้อง ICU และแล็บไม่พอ 2.ไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ เช่น ผลิตเครื่องช่วยหายใจเองไม่ได้ ผลิตชุด PPE ผลิตหน้ากากอนามัย N95 ไม่ได้ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตสิ่งทอ และ 3. เขตเมืองใหญ่มีปัญหาระบบบริการ
ข้อเสนอหลังคุมการระบาดโควิด 19 คือลดความแออัดในโรงพยาบาลจะจัดการอย่างไร ประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลาง medical Service ได้หรือไม่ การนำ New Digital platform มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลของโรงพยาบาล รวมถึงการยกระดับการแพทย์
"ส่วนการลงทุนวัคซีนอย่างไรก็ไม่ทัน ต้องลงทุนอย่างอื่นเช่นยาและเครื่องมือแพทย์จึงจะทำให้มีความมั่นคงทั้งทางการแพทย์ และด้านเศรษฐกิจ" นพ.พงศธร กล่าว
ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า โจทย์ที่ท้าทายคือความแออัดในโรงพยาบาล คนไข้โรคเรื้อรังควรจะใช้เทคโนโลยี 5G ในการดูแลโดยไม่ต้องมาที่โรงพยาบาล เพื่อกระจายคนไข้ไปอยู่ที่บ้านแต่ความท้าทายคือในเมืองใหญ่ จะกระจายคนไข้อย่างไรเพราะชุมชนไม่เอื้อแบบต่างจังหวัด
NGO ติงระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าตรวจโควิดยังช้า
ด้าน นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยาที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวว่า ก่อนหน้าการระบาดของโควิด 19 มีการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ 2009 เหมือนมาช่วยเตือนและให้เตรียมพร้อมระบบต่างๆเพื่อรับมือกับโควิด 19 บวกกับประสบการณ์รับมือการระบาดของไข้หวัดนก จึงได้เห็นจุดแข็งของ 2 ระบบคือ 1. งานระบาดวิทยาหรือระบบเฝ้าระวังประเทศไทยมีความต่างจากประเทศอื่นเพราะมีการเตรียมความพร้อมมากกว่า 30-40 ปีมีการฝึกอบรมนักระบาดวิทยามาเฝ้าระวัง สอบสวนโรค ค้นหาอย่างรวดเร็วทำให้โรคไม่กระจายไปไกล และ 2. มี ระบบหลักประกันสุขภาพที่ดูแลผู้ติดเชื้ออย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่น
อย่างไรก็ตาม แสงศิริ ตรีมรรคา ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อรับสวัสดิการ กล่าวว่า ในทางการแพทย์เห็นการเตรียมรับมืออย่างรวดเร็ว แต่การแถลงข่าวของ สธ.ใช้ตัวเลขการระบาดเป็นการสร้างความหวาดกลัว และสั่งสอน ประชาชน สธ.จะสื่อสารได้ดีกว่านี้ไหมเพราะต้องอาศัยเพราะการควบคุมโรคต้องอาศัยความร่วมมือไม่ใช่คำขู่
"นอกจากนี้จุดอ่อนที่เห็นอีกคือการตรวจคัดกรองไม่เร็วพอสะท้อนถึงระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังมีปัญหา ช่วงแรกๆมีข้อถกเถียงว่าแบบไหนตรวจได้แบบไหนตรวจไม่ได้" แสงศิริกล่าว
ยุทธศาสตร์เปลี่ยนความกลัว เป็นความรู้
นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ ผอ.รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จ.สงขลา กล่าวว่าโควิด 19 มาทดสอบวุฒิภาวะในประเทศต่างๆ ภูมิใจประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่รับมือได้ดี แต่ในพื้นที่สาหัสสุดๆชาวบ้านให้ความร่วมมือ เพราะความกลัว ความสาหัสในที่นี้คือเศรษฐกิจและสังคม
"ความมั่นคงทางสุขภาพ ต้องหมายความว่าความมั่นคงทางสังคมด้วยเพื่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี เขามีอะไรกินกันไหมยังเห็นนั่งรออยู่ที่หน้าธ.ก.ส. การควบคุมโรครอบนี้ต้องให้เครดิตคนตัวเล็กตัวน้อยด้วย" นพ.สุวัฒน์ กล่าว
ผอ.รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จ.สงขลา กล่าวต่อว่า ถ้าเราเชื่อมโยงกับการปกครองท้องถิ่น การกระจายอำนาจสำคัญ เห็นได้จาก อบต.เป็นคนออกงบในการกักตัวคนท้องถิ่น รัฐบอกแค่นโยบายเป็นหลักก็พอไม่ต้องลงรายละเอียด เพราะได้เห็นความงดงามในการจัดการในระดับพื้นที่ และภาคเอกชนคิดได้เร็วกว่า
ส่วนชาวบ้านมีความกลัว ต้องเปลี่ยนความกลัวเป็นการเรียนรู้หรือเป็นความรู้แล้วจะนำไปสู่การเอื้ออาทร และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องข้อมูล เราไม่มีแพลตฟอร์มกลางที่จะมอนิเตอร์ในสเกลระดับประเทศจึงต้องลงทุนในเรื่องนี้
ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวว่าตอนที่มีการระบาดในสนามมวยหรือผับประชาชนเป็นคนฟ้องร้องเรียนมา การที่ประชาชนเฝ้าระวังและเตือน รัฐจะได้ประโยชน์ เป็นการเฝ้าระวังโดยภาคประชาชน และเห็นด้วยว่าควรมีการกระจายอำนาจ เมื่อก่อนการควบคุมโรคไม่มีกฎหมายบังคับใช้ แต่เมื่อมี พ.ร.บ.โรคติดต่อก็ต้องพยายามใช้อำนาจบนฐานวิชาการ
"เราได้เห็นผู้ว่าฯกทม.สั่งปิดห้างและทุกจังหวัดก็ประกาศตาม มันเป็นการเรียนรู้ รองนายกวิษณุบอกว่าต้องมีพ.ร.ก.มาคุมอีกขั้นหนึ่งแต่ก็ไม่ได้วิจารณ์ว่าการใช้พ.ร.ก. ดีไม่ดี แต่ชาวบ้านบอกว่ามันเหมือนหนีทหารมาเจอหมอ" นพ.คำนวณ กล่าว
ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า มีโอกาสได้คุยกับหอการค้า เขาตั้งคำถามว่าความเสี่ยงจากธุรกิจเกิดจากอะไรบ้าง เราก็บอกว่า 1.ความหนาแน่น 2.ระยะเวลา 3.การส่งเสียง และ 4.การระบายอากาศ หลังจากนั้นพวกเอกชนก็เอาข้อมูลตรงนี้ไปแบ่งกลุ่มและลดความเสี่ยง ตอกย้ำให้เห็นว่าหมอมีหน้าที่ เพียงแค่บอกสาเหตุและแนวทางไม่ต้องลงรายละเอียด เป็นยุทธศาสตร์ของการเปลี่ยนความกลัวเป็นความรู้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น