เปิดแอปฯ “หมอพร้อม” จองวัคซีนโควิด 19 โหลดได้ 1 พ.ค. นี้
กระทรวงสาธารณสุข พัฒนา แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 64 เพิ่มช่องทางจาก Line OA “หมอพร้อม” ในการจองวัคซีนโควิด 19 ล็อตใหญ่ที่จะฉีดในเดือนมิถุนายน 64 ออกแบบ International Health Certificate รองรับการเดินทางไปต่างประเทศเชื่อมโยงข้อมูลให้เป็นสากล พร้อมเปิดระบบข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด 19 แบบเรียลไทม์ หากเกิดเหตุฉุกเฉินเข้าดูแลได้ทันที
(1 เมษายน 2564) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์พงศธร พอกเพิ่มดี ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ประธานคณะทำงานด้านระบบข้อมูลการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และนายแพทย์ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศทางระบาดวิทยา กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงข่าว ในประเด็น Line Official Account และแอปพลิเคชัน หมอพร้อม ระบบรายงานการฉีดวัคซีน (Real Time Dashboard) เอกสารรับรองการได้รับวัคซีนโควิด 19 (Vaccine Certificate)
นายแพทย์พงศธรกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำระบบรายงานเชื่อมต่อข้อมูลจากโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ให้บริการวัคซีน กับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศแบบเรียลไทม์ จะเพิ่มความครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลรัฐ/เอกชน/ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมกว่า 12,000 แห่ง และข้อมูลนี้จะถูกส่งกลับประชาชนผ่าน Line Official Account “หมอพร้อม” และแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยทั้งสองแพลตฟอร์มมีรูปแบบการทำงานเดียวกัน อาทิ การจองคิววัคซีน, ข้อมูลวัคซีน, การนัดหมาย แจ้งเตือนรับวัคซีนเข็มที่ 2, ติดตามอาการหลังฉีดวัคซีน และยืนยันการรับวัคซีน (Digital vaccine certificate) เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอชุดข้อมูลบางส่วนจากองค์การอนามัยโลก ประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับการจองคิวการฉีดวัคซีน กระทรวงสาธารณสุขได้ออกแบบระบบไว้ 4 ช่องทางได้แก่ Line Official Account “หมอพร้อม”, แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม”, หากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสามารถติดต่อโดยตรงไปยังโรงพยาบาลที่ได้รักษาตัวประจำ และอสม. เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนโควิด 19 ได้ครอบคลุม
นายแพทย์พงศธรกล่าวต่อว่า เมื่อฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบทั้ง 2 เข็ม จะได้รับเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิด 19 (Vaccine Certificate) ที่มีคิวอาร์โค้ดที่สร้างเฉพาะแต่ละบุคคล จากโรงพยาบาลที่รับการฉีดทันที และผู้ที่ลงทะเบียนไลน์หมอพร้อมจะได้รับใบรับรองการแบบดิจิทัล (Smart Vaccine Certificate) ซึ่งจะมีคิวอาร์โค้ดเดียวกัน โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูล MOPH Immunization Center กระทรวงสาธารณสุขด้วย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2564) กระทรวงสาธารณสุขได้ออกเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccine Certificate) แล้วประมาณ 35,000 คน ส่วนผู้ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมเอกสารรับรอง International Health Certificate ซึ่งข้อมูลที่แสดงจะขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละประเทศที่เดินทางไป เช่น การรับรองการฉีดวัคซีน ผลการตรวจหาเชื้อในโพรงจมูก ตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกัน ซึ่งได้เชื่อมระบบฐานข้อมูลทางห้องปฏิบัติการกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไว้ หากมีการเดินทางไปตรวจเลือดในโรงพยาบาลที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรองจะสามารถออกเอกสารรับรอง International Health Certificate ได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงรอมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลกที่จะออกมาในเดือนมิถุนายน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลที่เป็นมาตรฐานสากล
“ขอให้ประชาชนอย่ากังวล ข้อมูลของผู้ที่ฉีดวัคซีนจะถูกเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุขอย่างปลอดภัย และขอเชิญชวนให้มาฉีดวัคซีนโควิด 19 เพื่อให้ประเทศเกิดภูมิคุ้มกัน คนไทยทุกคนใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเปิดประเทศได้อย่างปลอดภัย” นายแพทย์พงศธรกล่าว
ด้านนายแพทย์ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศทางระบาดวิทยา กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า แผนภาพ (Real Time Dashboard) แสดงจำนวนสถานะการฉีดวัคซีนในประเทศไทย เมื่อประชาชนเข้ารับบริการการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ข้อมูลจะมีการบันทึกและถูกส่งไปยังส่วนกลาง ให้สามารถดูข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ อาทิ จำนวนการฉีดแต่ละจังหวัด ตัวเลขแสดงจำนวนผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อเตรียมความพร้อมดำเนินการแก้ไข หากพบปัญหาระหว่างการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีแผนภาพแสดงข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน โดยหากประชาชนมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นภายหลังได้รับวัคซีน และกรอกข้อมูลใน Line Official Account “หมอพร้อม” หรือมีเจ้าหน้าที่สอบถาม บันทึกและรายงานเข้าระบบ ข้อมูลจะแสดงทันที ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเข้าไปสอบสวนโรค และรักษาได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเพียงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่สามารถดูแผนภาพดังกล่าวได้ กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งดำเนินการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งาน และติดตามจำนวนสถานการณ์ฉีดวัคซีนในประเทศไทย และข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน ใน Line Official Account “หมอพร้อม” ได้ในอนาคต
+++ อนุทิน ย้ำฉีดวัคซีนโควิด 19 ร่วมการป้องกันตนเอง ช่วยเปิดประเทศปลอดภัย กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำฉีดวัคซีนโควิด 19 ช่วยป้องกันเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ตั้งเป้าฉีดครอบคลุมประชากรโดยเร็ว ร่วมกับสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง เติมเต็มป้องกัน
ติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ เพื่อเปิดประเทศปลอดภัย ชูจัดงานไมซ์ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงชาวต่างชาติเข้าประเทศ
1 เมษายน 2564 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” ใน 10 เมืองไมซ์ ว่า รัฐบาลต้องการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญคือประชากรในประเทศต้องปลอดภัย ได้รับวัคซีนโควิด 19 ครอบคลุมมากพอที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งวัคซีนจะช่วยลดการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อป้องกันได้ร้อยละ 70 และหากยังคงมาตรการ นิวนอร์มัล ด้วยการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ดูแลสุขภาพอย่างดี จะเติมเต็มทำให้ป้องกันติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนที่เราควบคุมการระบาดระลอกแรกจนไม่มีการแพร่เชื้อ
มานานกว่า 6 เดือน
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะกระจายวัคซีนไปยังประชาชนทั่วประเทศให้เร็วที่สุดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนนี้ ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมประชากรมากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด แม้จะมีการติดเชื้อก็จะเป็นจำนวนน้อยที่ระบบสาธารณสุขรับได้ ส่วนการจัดงานไมซ์จะเป็นการจุดประกายให้เมืองไทยกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เนื่องจากช่วยส่งเสริมการทำงานและสร้างรายได้ ลดปัญหาการลักลอบเข้า-ออกประเทศไปทำงาน จึงลดความเสี่ยงที่จะนำเชื้อกลับเข้ามาด้วย รวมถึงการจัดงานอย่างปลอดภัยมีมาตรฐานก็จะช่วยเรียกชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยว จัดสัมมนา ประชุม แสดงสินค้า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
“ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาก็ต้องมั่นใจว่า ประชาชนในประเทศเราสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย มีระบบสาธารณสุขดูแลเขาเมื่อเจ็บป่วยได้ ซึ่งเมื่อเราฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมมากเพียงพอก็ตั้งสมมติฐานว่าปลอดภัยได้” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนการรับวัคซีนแล้วไม่ต้องกักตัวถือเป็นเป้าหมาย แต่ต้องมีการศึกษาเรื่องภูมิคุ้มกันผลตอบสนองต่อวัคซีนก่อนว่าเป็นอย่างไร ฉีดครบ 2 โดสแล้วใช้เวลานานเท่าใดภูมิคุ้มกันจึงจะสูงจนปลอดภัยต่อการติดเชื้อ ถ้าปลอดภัยก็ไม่ต้องกักตัว โดยจะเริ่มในคนไทยที่มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ กลับมาไม่ต้องกักตัว ส่วนชาวต่างชาติอาจต้องรอเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตที่จะต้องตกลงกันระหว่างประเทศ
“ส่วนการส่งวัคซีนไปฉีดที่ภูเก็ต 1 แสนโดส ส่งไปแล้ว 5 หมื่นโดส จะส่งตามไปอีก 5 หมื่นโดส และส่งไปเกาะสมุยจ.สุราษฎร์ธานี 5 หมื่นโดส ถ้าผลภูมิคุ้มกันออกมาดี ก็เปิดพื้นที่ได้เร็ว และพรุ่งนี้จะนำวัคซีนไป อ.แม่สะเรียงด้วย เพื่อฉีดให้แก่ทหาร ตำรวจชายแดน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลผู้ประสบภัยตามหลักมนุษยธรรม” นายอนุทินกล่าว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น