วงเจรจรล่ม “สมศักดิ์” ทุบโต๊ะ! กัญชาเป็นยาเสพติดไม่กระทบการแพทย์ เครือข่ายฯ วอล์คเอ้าที่ประชุม

วงเจราจา “สธ.- เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย” ล่ม รมว.สธ.ยันเดินหน้าประกาศกระทรวงดึงกัญชาเป็นยาเสพติดแบบอ่อน 25 มิ.ย. นี้ ด้าน “ประสิทธิชัย” ชี้ ปชช.จะไม่สามารถปลูกกัญชาในครัวเรือนได้อีก​ เหมือนผูกขาดไว้กับทุน พร้อมปลุกวิสาหกิจชุมชน บุกทำเนียบฯ กดดัน ”นายกฯเศรษฐา“ 



วันนี้ (12 มิ.ย. 67) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. นัด​หมาย​เจรจากับ​ "เครือข่าย​เขียนอนาคตกัญชา" ​ ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ ร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจ​กัญชา​ที่มาลงทุนในไทย​ ทำให้เครือข่ายฯ​ ไม่พอใจ​ และไม่ขอเข้าร่วมประชุม​ด้วย​เพราะมีเจตนา​รมณ์ต่างกัน​ จึงเชิญให้กลุ่มเครือข่ายฯ ไปรออยู่อีกห้องประชุม 


กลุ่มนักธุรกิจกัญชา​ บอกกับ นายสมศักดิ์ว่า รับได้หากกัญชากลับเป็นยาเสพติด​ และเพื่อการแพทย์เท่านั้น แต่ขอให้มีกฎระเบียบ​ออกมาว่า​ จะให้ใช้กัญชาได้อย่างไร​จึงจะไม่ผิดกฎหมาย​ ยืนยันว่าไม่กระทบธุรกิจ


เบนจามิน​ เป็นตัวแทนนักลงทุน​กัญชารายใหญ่​ในไทย​ มูลค่า​ 5,000​ ล้านบาท​ บอกกับ​สมศักดิ์​ว่า​ เสนอให้มีแพทย์แผนไทยอยู่ประจำที่ร้านขายกัญชา​ และไม่ติดใจถ้าจะกลับไปเป็นยาเสพติด​ แต่ขอให้มีกฎระเบียบ​ออกมาว่า​จะให้ใช้กัญชาได้อย่างไร​ จึงจะไม่ผิดกฎหมาย​ ยืนยันว่าไม่กระทบธุรกิจ​ 


ด้าน บลูม นักธุรกิจ​ชาวอเมริกา​ บอกว่า​ ไทยควรเป็นต้นแบบให้กับประเทศที่จะทำกัญชาทางแพทย์​  ที่ไม่เป็นพิษภัยต่อเยาวชน น่าจะมีสินค้าอื่นที่ใช้ทางการแพทย์ได้​ เพราะที่ผ่านมานึกถึงกัญชาก็จะเสพอย่างเดียว​ 


ขณะที่ ตัวแทนสมาคมผู้ผลิตกัญชง​กัญชา​ มีสมาชิกกว่า​ 20​ บริษัท​ บอกว่าเข้ามาลงทุนด้วยประกาศ​กระทรวงสาธารณสุขปี​ 63​  เป็นโรงงานสกัด​ 12​ บริษัท​ ผลิตภัณฑ์​เป็น​สารสกัด CBD​ ​ ไร้​ THC หรือ​ ต่ำกว่า​ 0.2% ตามกฎหมาย


จากความไม่ชัดทางกฎหมาย​ ยังขายของอะไรไม่ได้​ เพราะเวลาขาย​คนมองว่าสารสกัดเป็นยาเสพติด​ อยากให้แยกกัญชง​ ออกจากกัญชา​ เพราะมีหลายผลิตภัณฑ์​ทั้งเครื่อง​ดื่ม​ อาหารเสริม​ เครื่องสำอาง​ หากจะเอาพืชกัญชากลับไปยาเสพติด​ไม่ค้าน​ แต่ขอให้รัฐสนับสนุน​ส่งเสริม​ กัญชง​ แยกออกมาให้ชัดจากกัญชา​ ให้โฆษณา​ ขายออนไลน์​ได้​“ 




หลังหารือกับกลุ่มนักธุรกิจ​เสร็จ นายสมศักดิ์ จึงเชิญ​เครือข่าย​เขียนอนาคตกัญ​ชาเข้ามาหารือต่อ​ ซึ่งนายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำ ยังยืนยัน​ในจุดยืนเดิม​ คือ​ ค้านกัญชาเป็นยาเสพติด​ และขอให้ตั้งกรรมการหาข้อเท็จจริง​ผลกระทบ หลังปลดล็อกกัญชามา 2 ปี 


นาย สมศักดิ์​ ถามกลับเครือข่ายกัญชาฯ ว่า ถ้าคุม​ โดย​ พ.ร.บ.​ กับไม่คุมโดยพรบ. จะต่างอย่างไร​ ประสิทธิชัย ตัวแทนเครือข่าย ตอบว่า 


1.​ ปชช.จะไม่สามารถปลูกกัญชาได้ในครัวเรือน​ และให้บางคนปลูกได้ เหมือนผูกขาดกัญชาไว้กับทุน 

2​. หากใช้ทางการแพทย์​ คือแพทย์​สั่ง​ แต่ชีวิตจริง​ ชาวบ้านทำกันเอง​ เวลาป่วยแพทย์​ไม่เคยสั่ง​ การอนุญาต​ในทางการรักษา​ ไม่ควรจำกัดที่หมอ​ แต่เป็นสิทธิ​ที่ปชช.จะใช้รักษาตัวเองได้​ 

3.บทลงโทษ​คนปลูกกัชญา มีหลายมาตรา​ ต้องอุ้มต้นกัญชาหนีตำรวจ​  

4.การฟื้นฟูตำหรับยาโบราณ โดยหมอพื้นบ้าน​ จะหายไป​ 


แต่หาก คุมโดยพรบ.กัญชา 

1​. จะสามารถควบคุมในเชิงระบบ ได้อย่างครบวงจร​ ทั้งการพัฒนา​สายพันธุ์​ และการคุ้มครองผู้บริโภค​ 

2​. หากใช้ พรบ.กัญชา​ จะคุ้มครองสิทธิ์ปชช.​ แต่หากใช้ พรบ. ยาเสพติด จะเป็นการ​จำกัดสิทธิ์  


หากไม่มีกระบวนการวิจัยสาธารณะร่วมกัน แล้วรัฐบาลเดินหน้าประกาศเป็นยาเสพติด โดยไม่ให้มีส่วนร่วม เครือข่ายฯจะเดินหน้าชุมนุมต่อ ซึ่งคุยกับหลายวิสาหกิจชุมชนที่ปลูกกัญชา ได้รับผลกระทบ พร้อมจะยอมแลกทุกอย่าง ย้ำไม่ได้ขู่ แต่เพราะเดือดร้อนจริง“ ประสิทธิชัย ระบุ



ด้านนายสมศักดิ์ ทุบโต๊ะ ย้ำว่ากัญชาเป็นยาเสพติดไม่กระทบการแพทย์ ที่ต้องเอาไปเป็นยาเสพติดเพราะ กระบวนการจัดทำ พรบ.กัญชา ยังต้องใช้เวลา ตนต้องเดินไปในทางที่ไม่เกิดความวุ่นวาย และความเสียหาย จึงต้องจัดทำเป็นประกาศกระทรวง กำหนดกัญชาเป็นยาเสพติดแบบอ่อน หรือ Soft Drug ให้ใช้ทางการแพทย์ได้ 


ถ้าท่านทำ พรบ.หากผ่านสภา พ.ร.บ.มีศักดิ์ใหญ่กว่าประกาศกระทรวง ก็ตกไป แต่ท่านจะมาบังคับไม่ให้ผมออกประกาศกระทรวงไม่ได้ และผมก็ไม่สามารถห้ามท่านไม่ให้เดินหน้า พ.ร.บ.กัญชา ไม่ได้“ สมศักดิ์ รมว.สธ. 


หลังจากนั้นเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยวอล์คเอาท์ ออกจากที่ประชุม โดยบอกว่า หลังจากนี้จะไม่ขอคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอีก แต่จะคุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเท่านั้น และยกระดับการชุมนุมรวมคนได้ 10,000 คนมาอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดัน 




นายประสิทธิชัย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า วันนี้มี ร่าง พ.ร.บ.กัญชา 4 ฉบับถ้าร่วมมือกัน 3-4 เดือนก็สามารถผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้ เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมัน ขณะที่ร่างกฎหมายที่ทำโดยกระทรวงสาธารณสุขก็ทำเสร็จแล้ว บอกชัดว่าห้ามสันทนาการ ซึ่งกระบวนการที่วางไว้ คือพ.ร.บ.จะเสร็จสิ้นปลายปีนี้  แต่ นายสมศักดิ์ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลของนายสมศักดิ์คือต้องการคุมกัญชาเป็นยาเสพติด ไว้ให้กับกลุ่มทุนได้ปลูกเอง 


ด้านนายสมศักดิ์ ก็ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่จะดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด โดยจะมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ 


ถามว่า เมื่อประกาศกระทรวงออกแล้ว ชาวบ้านที่ปลูกสองสามต้นจะโดนตำรวจจับจับหรือไม่ นายสมศักดิ์บอกว่ายังไม่โดน เพราะกระบวนการหลังจากประกาศกระทรวง ต้องขยับไปเป็นกฎกระทรวง ซึ่งคาดว่าจะประกาศกฎกระทรวง ช่วงต้น ม.ค. ปี 68 


ถามต่อว่า แล้วร้านขายกัญชา หรือ Cannabis shop ทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยว จะต้องปิดตัวลงหรือไม่ ถ้ากัญชาเป็นยาเสพติด นายสมศักดิ์ตอบว่า ยังไม่ปิด หากทำตามตามเงื่อนไข คือไม่สูบบุหรี่ที่สาธารณะ ไม่สร้างความรำคาญ และต้องมีแพทย์อยู่ประจำที่ร้าน เพราะเราให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต่อคิวรอเข้า ”บ้านบางแค“ ทะลุ 6,000 คน สะท้อนแรงกดดันสังคมสูงวัย

สธ.เดินหน้า 1 ตำบล 1 อาสาพยาบาล เริ่มปีงบฯ 69 ค่าตอบแทน 15,000 บาท/เดือน

“ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ลองจัดดูก่อน” สภาการพยาบาล แจงปม ปรับเกณฑ์เวลาทำงานไม่เกิน 12 ชม.