ชัชชาติ ยัน ศบส.รับผู้ป่วยรักษาทุกที่ แต่อาจยังไม่สะดวกออกใบส่งตัว
ย้ำอย่าแห่ไปโรงพยาบาลใหญ่ ขณะที่การเชื่อมต่อข้อมูลคนไข้สังกัด กทม. เรียบร้อยแล้ว ด้าน เลขาธิการ สปสช. ระบุปรับใบส่งตัวเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องให้ผู้ป่วยวิ่งกลับไปขอใบส่งตัวที่เป็นกระดาษ เผยดึง รพ.เอกชน กทม. 22 แห่ง เข้าร่วมระบบส่งต่อ
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2567 ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหาคร ให้สัมภาษณ์ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ระบุ ขานรับมนโยบายรักษาทุกที่ ของรัฐบาล โดยหน่วยบริการในสังกัดกทม. พร้อมรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง แต่ย้ำว่าไม่ใช่ว่าทุกคนอยู่ดีดีจะเดินเข้าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหน่วยบริการตติยภูมิ แต่ให้เริ่มจากหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่มีสัญลักษณ์ โลโก้ รักษาทุกที่ ซึ่ง สปสช. จะเปิดตัววันที่ 26 ส.ค.นี้
ในส่วนของศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ของ กทม. ซึ่งมีอยู่ 69 แห่ง ถ้าคนไข้เดินเข้ามาก็รับรักษาอยู่แล้ว แต่ถ้าจะต้องส่งต่อคนไข้ ต้องดูที่ต้นสังกัดด้วยว่าผู้ป่วยคนนั้น อยู่ที่หน่วยปฐมภูมิ หรือคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ไหน
“การส่งต่อ มันมีเงื่อนไขเรื่องการจ่ายเงิน ต้องไปดูที่ต้นทางว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ยืนยันว่า ศบส.รับคนไข้ได้ แต่อาจจะไม่สะดวกที่จะออกใบส่งตัวเท่าคลินิกคลินิกชุมชนอบอุ่น ตามสิทธิ์ของประชาชนคนนั้น อันนี้คงต้องคุยปัญหาต่อไป” ชัชชาติ กล่าว
ส่วนเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานของกทม. ก็เชื่อมโยงข้อมูลหมดแล้ว เพราะก่อนหน้านี้โรงพยาบาลมีซอฟต์แวร์คนละอัน แต่ตอนนี้ก็จะมีตัวลิ้งค์ข้อมูลทำให้การถ่ายทอดข้อมูลดีขึ้น แต่ยังรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ถึงกรณีที่มีความกังวลว่าโรงพยาบาลใหญ่ ในกทม. อยากให้มีการส่งตัวอยู่นั้น ก็ยืนยันว่า จะยังให้มีการใช้ใบส่งตัวเหมือนเดิม แต่ระบบส่งตัวในอนาคตจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ สามารถส่งข้อมูลออนไลน์ได้ ส่วนความเดือดร้อนปมใบส่งตัวผู้ป่วย กทม. ที่ผ่านมา ก็เป็นเพราะไม่มีระบบการเชื่อมข้อมูล ทำให้ประชาชนต้องกลับไปรับใบส่งตัวที่เป็นกระดาษ ขณะเดียวกันที่ประชุมยังต้องการให้ประชาชนรับบริการ “ใกล้บ้าน” หรืออยู่ในหน่วยนวัตกรรมที่จัดให้ เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาล
“วันนี้ที่เคลียร์กันคณะกรรมการจะออกประกาศอนุญาตให้ใช้ใบส่งตัวเป็นอิเล็กทรอนิกได้ โดยการเชื่อมข้อมูลหน่วยบริการ หน่วยงานสังกัด กทม. ได้เชื่อมหมดแล้ว ทั้ง โรงพยาบาล และศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.)”
นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า สำหรับหน่วยบริการที่ติดโลโก้สัญลักษณ์ รักษาทุกที่ จะมีความพร้อมใน 3 ประเด็น 1.ความพร้อมในการเชื่อมโยงข้อมูล 2.ต้องทราบกติกาว่าเมื่อผู้รับบริการมาแล้วจะให้บริการอย่างไรจะพิสูจน์สิทธิ์ ปิดสิทธิ์ เปิดสิทธิ์อย่างไร และ 3.ประชาชนจะรับทราบว่าต้องทำอย่างไร ไม่เพียงแค่ใช้บัตรประชาชน ยืนยันสิทธิ์เท่านั้น อาจใช้เป็นแอปพลิเคชั่น ที่พิสูจน์ตัวตนได้ว่าเป็นผู้มีสิทธิ์เข้าใช้บริการได้
ขณะเดียวกัน จะเพิ่มหน่วยนวัตกรรมเข้ามา ซึ่งในกรุงเทพมหานคร มีหน่วยนวัตกรรมกว่า 1200 แห่ง หน่วยนวัตกรรมก็เช่น ร้านยา คลินิกฟันคลินิกกายภาพ คลินิกแล็บ คลินิกแพทย์แผนไทย เป็นต้น
ในอนาคตคลินิกเหล่านี้อาจจะไปเปิดตามสถานที่ต่างๆเช่น สถานีรถไฟฟ้า หรือตามปั๊มน้ำมัน หรือในโรงเรียนต่างๆ เพื่อดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยเบื้องต้น ไม่จำเป็นที่ทุกคนต้องวิ่งเข้าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ด สปสช.ยังมีมติที่จะนำโรงพยาบาลเอกชนอีก 22 แห่ง ใน กทม. เข้ามาร่วมจัดเครือข่ายในระบบการส่งต่ออีกด้วย เช่น โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น เป็นต้น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น