นำร่องโครงการ “ที่พักใจให้เยาวชน“ หลังพบ นร.กทม.เครียดสูง
4 องค์กร จับมือดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่นในกทม. หวังสร้างพื้นปลอดภัยต่อใจ รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านแอปพลิเคชั่น “อูก้า” (ooca) จนถึง มิ.ย. 2568
วันนี้ (7 ส.ค. 67) 4 หน่วยงาน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กรมสุขภาพจิต สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 และมูลนิธิกำแพงพักใจ แถลงข่าวประกาศความร่วมมือในโครงการ “ที่พักใจให้เยาวชน” เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า เป็นห่วงสถานการณ์สุขภาพจิตของนักเรียน อาจจะมีความเครียด จนทำให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตาย ซึ่งกระทรวงฯมีการขับเคลื่อนนโยบายเรียนดี มีความสุข จะมีการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่หลากหลายทั้งกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและพัฒนาคุณภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถส่งเสริมสนับสนุนดูแลช่วยเหลือนักเรียนและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่อเนื่อง
การดำเนินการโครงการที่พักใจให้เยาวชน ร่วมกันครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและเพิ่มมิติการดูแลและทำงานด้านสุขภาพจิต ทำให้ครูมีสื่อและช่องทางแนะนำนักเรียน นักศึกษาให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตได้โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้รับการดูแลสุขภาพจิตได้ทันต่อสถานการณ์ มีความปลอดภัย เกิดการเรียนรู้ที่สมวัยอย่างมีความสุข
พล.ต.อ.เพิ่มพูน บอกอีกว่าได้มีการหารือกับ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ในเรื่องของการจัดสื่อการเรียนการสอนให้กับครูเพื่อแนะนำช่องทางรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต และประชาสัมพันธ์เบอร์โทรของหน่วยงานด้านสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้อง หากเกิดปัญหาที่เกินกำลัง คุณครูสามารถประสานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที จนเกิดเป็นโครงการในวันนี้เป็นการนำร่อง ที่ กทม. ก่อน และหลังจากนี้เชื่อว่าจะมีการทำเกี่ยวกับสุขภาพจิตร่วมกันมากขึ้น
ด้าน นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกว่า จากข้อมูลการใช้บริการ Mental Health Check In ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 20 เมษายน 2567 พบว่าประชาชนไทย อายุต่ำกว่า 20 ปี ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ให้ข้อมูลจำนวนกว่า 1,200 คน
มีความเครียดสูง 58.20%
เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 61.07%
เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 43.65%
ตัวเลขดังกล่าวถึงเป็นจำนวนที่สูง แต่ก็ยังทำให้เห็นว่าเยาวชนเหล่านั้นมีความตระหนักในการประเมินสัญญาณสุขภาพสุขภาพจิต เพื่อรู้เท่าทันต่อภาวะสุขภาพจิตของตน ขณะเดียวกันอัตราการเกิดที่น้อยลงเราไม่อาจสูญเสียเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติไปก่อนวัยอันควร
“เราเริ่มนำร่องโครงการนี้ ที่ กทม.ก่อน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง”
นพ.พงศ์เกษม ระบุว่า ภารกิจสำคัญของโครงการคือการเป็นที่พึ่งพิงทางใจสำหรับเยาวชนไทยอายุ 15-25 ปีในกรุงเทพฯ ลัดขั้นตอนให้เข้าถึงการรักษาโดยง่าย โดยพัฒนาช่องทางให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตฟรีจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิกนักจิตวิทยาการปรึกษา และอาสาสมัครผู้ดูแลใจให้เยาวชน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่ก้าวเข้ามาจะได้รับ การดูแลและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เวลาในการอคอยและโอกาสในการดูแลสุขภาพจิต
ด้าน บุญสิงห์ มีมะโม ผู้จัดการกอง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร บอกว่า ได้สนับสนุนงบประมาณ เพื่อตอบความต้องการเร่งด่วนด้านสุขภาพจิตของเยาวชน ที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ที่มีภาวะเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต ซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย ให้เข้าถึงบริการการประเมินความเครียด โครงการนี้จะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพจิต สร้างชุมชนแห่งความเข้าใจและเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลง เป็นแหล่งกำลังใจที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เยาวชนและชุมชนในกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน
ขณะที่ พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ประธานมูลนิธิกำแพงพักใจ กล่าวว่า ได้ให้บริการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตแก่เยาวชนมาอย่างต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชัน “อูก้า” (ooca) มาตั้งแต่ปี 2562 โดยมีผู้ใช้บริการมากกว่า 3,000 คน ซึ่งปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตสำหรับเยาวชน โดยได้มีการเพิ่มฟังก์ชั่นในแอป “อูก้า” โดยสามารถเลือกสิทธิ์ “กำแพงพักใจ” เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป
ผู้ที่สนใจสามารถรับบริการได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนมิถุยายน 2568 และรับข้อมูลได้ที่ www.ooca.co/wallofsharingnhso

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น