เส้นผมบอกพิษ “หมอพรทิพย์” ชี้แนวทางตรวจสารหนู เข้าสู่ร่างกายชาวริมน้ำกกหรือไม่
อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แนะตรวจเลือด ปัสสาวะ และเส้นผมประชาชนในพื้นที่รอบแม่น้ำกก ห่วงสารหนู-โลหะหนักจากเหมืองทองเมียนมา ส่งผลกระทบสุขภาพคนไทย ชี้ต้องสร้างฐานข้อมูลเปรียมเทียบก่อน-หลังปนเปื้อน บูรณาการหน่วยงาน รับมือระยะยาว
วันนี้ (9 เม.ย. 2568) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ถึงกรณีสารหนูและโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกก ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการทำเหมืองทองในเมียนมาโดยเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข
สารหนูและโลหะหนักไม่ใช่สารที่พบตามธรรมชาติในน้ำ การปนเปื้อนอาจส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์ผ่านการบริโภคน้ำ พืชผัก หรือสัตว์ที่อาศัยในแม่น้ำ ดังนั้น ต้องตรวจสอบสองประเด็นหลัก
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: ตรวจร่างกายประชาชนในพื้นที่ เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือเส้นผม เพื่อประเมินการสัมผัสสารพิษและระยะเวลาที่ได้รับ
“สำหรับโลหะหนัก เราอาจตรวจพบทันทีได้จากเลือดหรือปัสสาวะ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตรวจเส้นผม เพราะช่วยบอกได้ว่า สารปนเปื้อนอยู่ในร่างกายมานานแค่ไหน การตรวจจึงต้องเริ่มจากคำถามว่า มีหรือไม่ มากเกินปกติหรือเปล่า และสะสมมานานเพียงใด”
- แหล่งที่มา: ต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าสารหนูมาจากกิจกรรมใด โดยอาจเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิม (Baseline Data) ถ้ามี
“เราควรให้ความสำคัญกับ การสร้างฐานข้อมูลเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบ ผลการตรวจสอบในปัจจุบันกับข้อมูลในอดีต ซึ่งเป็นการช่วยให้สามารถประเมินได้ว่า สารหนูมีการปนเปื้อนเพิ่มขึ้นในช่วงหลังจากการดำเนินการเหมืองทองในเมียนมาหรือไม่” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุ
อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยกตัวอย่างกรณีเหมืองทองอัคราในไทย ที่พบว่าการแก้ปัญหาขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เช่น กรมอนามัยตรวจน้ำ แต่ไม่มีการตรวจสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง หรือไม่ประเมินผลกระทบเชิงลึก เช่น เด็ก อาจได้รับผลกระทบต่อพัฒนาการ ผู้ใหญ่ เสี่ยงต่อการทำงานของสมอง สิ่งแวดล้อม ต้องตรวจทั้งดิน น้ำ และห่วงโซ่อาหาร (ปลา พืชเกษตร)
“การแจ้งเตือนอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบบติดตามระยะยาว และบูรณาการข้อมูลระหว่างกระทรวงสาธารณสุข เกษตร และสิ่งแวดล้อม” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ยอมรับว่า การควบคุมแหล่งกำเนิดสารปนเปื้อนในเมียนมาร์ทำได้ยาก จึงต้องเน้นการป้องกันผลกระทบในไทย โดย ติดตามการกระจายของน้ำปนเปื้อนว่าลงสู่แม่น้ำสาขาใดบ้าง และเร่งสร้างฐานข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงในอนาคต


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น