เสนอยกระดับ 'ผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด' สู่มาตรฐานวิชาชีพ ชี้เป็นหัวใจความปลอดภัยผู้อยู่อาศัย

สมัชชาสุขภาพ กทม. จัดเวทีถกปัญหา ‘สูงวัยในอาคารสูง’ พร้อมแผนรับมือภัยพิบัติในคอนโด 17-18 พ.ค.นี้ เปิดแนวคิด ‘เครือข่ายนิติบุคคลคอนโด’ แก้ปัญหาพื้นที่ชุมชนล้อมรั้ว หนุนดูแลผู้อยู่อาศัยยามวิกฤต ผู้เชี่ยวชาญชี้ กทม.มีนิติบุคคลอาคารชุดหมื่นแห่ง แต่ยังขาดระบบรองรับมาตรฐาน ‘ผู้จัดการนิติบุคคล’




วันที่ 7 พ.ค. 2568 นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท สำนักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ถึงความคืบหน้าในการผลักดัน เครือข่ายนิติบุคคลคอนโด เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติและดูแลสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในอาคารสูง โดยระบุว่าต้นทางของแนวคิดนี้เกิดจากการตื่นตัวของประชาชนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในอาคารสูง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในเขตเมืองใหญ่ ซึ่งมักอยู่ภายใต้ระบบ “ชุมชนล้อมรั้ว” หรือพื้นที่ส่วนบุคคล การเข้าไปดำเนินงานด้านสุขภาพโดยหน่วยงานรัฐในพื้นที่เหล่านี้จึงทำได้ยาก โดยเฉพาะหากไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน


“ที่ผ่านมาเคยมีความพยายามจัดตั้งอาสาสมัครสาธารณสุขในคอนโด แต่มักไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในลักษณะนี้มักมีวิถีชีวิตแบบแยกกันอยู่ และใช้เวลาส่วนใหญ่นอกที่พักอาศัย” นพ.วิรุฬ กล่าว


อย่างไรก็ตาม วิกฤตที่ผ่านมาได้กลายเป็นจุดเปลี่ยน ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองเห็นโอกาสในการรวมตัวกันระหว่างนิติบุคคลของแต่ละอาคาร เพื่อร่วมมือรับมือภัยพิบัติและดูแลสุขภาพของชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุในเมือง


ประเด็นนี้จึงถูกหยิบยกเข้าสู่เวที สมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเวทีนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม โดยมีแผนจัดกิจกรรมในงาน Bangkok Expo ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ โดยแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. การจัดการภัยพิบัติในคอนโดมิเนียม (จัดวันที่ 18 พ.ค.)

2. การดูแลผู้สูงอายุในอาคารสูง (จัดวันที่ 17 พ.ค.) ภายใต้หัวข้อ “สูงวัยในอาคารสูง”


ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ การเคหะแห่งชาติ สำนักอนามัยและสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)


“เป้าหมายคือการสร้างเครือข่ายนิติบุคคลคอนโดที่มีความเข้มแข็งจริงจัง โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วม การจัดเวที และวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง” นพ.วิรุฬ กล่าว พร้อมระบุว่า ตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือมีให้เห็นแล้ว เช่น กรณีของคอนโดลุมพินี ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นต้นแบบที่นิติบุคคลคอนโดอื่นๆ สามารถเรียนรู้ได้


อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือข้อเสนอให้มีการอบรมเฉพาะทางสำหรับ “ผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด” เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดชัดเจน ทั้งที่ตำแหน่งนี้ต้องการความรู้เฉพาะทางในการบริหารจัดการและรับมือกับสถานการณ์วิกฤต หากผลักดันสู่ระเบียบของ กทม. ได้ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานของการจัดการคอนโดมิเนียมทั้งระบบ


นพ.วิรุฬ ยังกล่าวถึงการเตรียมการก่อนถึงวันที่ 17-18 พฤษภาคมว่า สถาบันวิจัยสังคมและสุขภาพ (SHI) จะจัดทำแบบฟอร์มสำรวจความคิดเห็นประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารสูง เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและใช้เป็นข้อมูลประกอบในการพัฒนานโยบาย โดยจะเปิดให้แสดงความคิดเห็นจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ก่อนสรุปและนำเสนอในเวทีดังกล่าว


ดาวโหลดคู่มือ คำแนะนำสำหรับเจ้าของร่วมคอนโดมีเนียมในการจัดการ ปัญหาหลังเหตุแผ่นดินไหวและการเตรียมความพร้อม รับมือเหตุแผ่นดินไหวและปัญหาความปลอดภัยอื่น ๆ


https://drive.google.com/file/d/1Rvlh5dOOGpGerpKHoxavK2SOqqzOZpus/view?usp=drive_link




“ผู้จัดการนิติบุคคล” เป็นหัวใจของความปลอดภัยในคอนโด


ดร.พันธ์ยศ เจนหัตถ์คุณ นักวิชาการอิสระ บอกกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ด้วยว่า ตอนนี้ตนกำลังเร่งทำวิจัยเรื่องการรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะแผ่นดินไหว ซึ่งมองว่า ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด มีบทบาทสำคัญมากในการดูแลความปลอดภัยของประชากรที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความหนาแน่นสูง


ดร.พันธ์ยศ กล่าวว่าปัจจุบันข้อมูลจำนวนอาคารชุดในกรุงเทพฯ อาจหาได้จากแหล่งเปิดบางแห่ง เช่น เว็บไซต์ของกรมที่ดินหรือสำนักงานส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่การจะรู้จำนวน “นิติบุคคลอาคารชุด” ทั้งหมดอย่างแม่นยำยังต้องรวบรวมข้อมูลเอง


“เท่าที่ผมรวบรวมตัวเลขเบื้องต้น พบว่าตั้งแต่เริ่มมี พ.ร.บ.อาคารชุด จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2567) น่าจะมี ‘นิติบุคคลอาคารชุด’ ในกรุงเทพฯ อยู่หลักหมื่นแห่งแล้ว ซึ่งหมายความว่า จะต้องมี ‘ผู้จัดการนิติบุคคล’ อย่างน้อย หนึ่งคนต่อหนึ่งโครงการ ตามที่กฎหมายกำหนด เท่ากับว่าตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ที่ทำหน้าที่นี้อยู่ไม่น้อยกว่า หมื่นคน แล้ว”


ดร.พันธ์ยศ ระบุว่า “ผู้จัดการนิติบุคคล” เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเสมือนศูนย์กลางในการบริหารจัดการอาคาร ดูแลความปลอดภัย ทรัพย์สิน และประสานงานทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน แต่ในประเทศไทยกลับไม่มีระบบรองรับหรือหลักสูตรอบรมที่ชัดเจนสำหรับอาชีพนี้ ต่างจากหลายประเทศที่มีระบบสอบใบอนุญาตและมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจน


ที่ผ่านมา มีความพยายามในอดีตของ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ซึ่งเคยจัดทำมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดในระดับ 5, 6 และ 7 พร้อมทั้งเคยมีการสอบในระดับ 5 ซึ่งเขาเองเคยมีส่วนร่วมเป็นผู้ออกข้อสอบและกรรมการสัมภาษณ์ด้วย แต่หลังจากช่วงโควิดกิจกรรมดังกล่าวก็เงียบหายไป


“ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานรัฐหรือแม้แต่ กทม. ควรลุกขึ้นมาสนับสนุนและยกระดับวิชาชีพนี้อย่างจริงจัง เพราะผู้จัดการนิติบุคคลคือหัวใจในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในคอนโด”


ดร.พันธ์ยศ ย้ำว่า ผู้จัดการนิติบุคคลต้องมีความรู้หลากหลาย ไม่ใช่แค่ด้านกฎหมาย แต่ต้องเข้าใจการบริหารจัดการอาคาร วิศวกรรมเบื้องต้น ระบบไฟฉุกเฉิน ลิฟต์ ความปลอดภัย การควบคุม outsources และการจัดประชุมใหญ่ รวมถึงทักษะด้านภาวะผู้นำ เพราะในยามวิกฤต เช่น แผ่นดินไหว พวกเขาคือคนแรกที่ต้องควบคุมสถานการณ์ ประสานงาน และสื่อสารกับผู้อยู่อาศัย


“ก่อนเกิดเหตุ เขาต้องดูแลให้อาคารพร้อมใช้งานในภาวะฉุกเฉิน เช่น ระบบสัญญาณเตือนภัย ไฟฉุกเฉิน หรือระบบลิฟต์ ต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงเกิดเหตุ เขาคือคนที่ต้องควบคุมสถานการณ์ แจ้งข้อมูลกับลูกบ้าน และหลังเกิดเหตุยังต้องติดต่อประกันภัยหรือหน่วยงานอื่นๆ ด้วย” ดร.พันธ์ยศ กล่าว 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต่อคิวรอเข้า ”บ้านบางแค“ ทะลุ 6,000 คน สะท้อนแรงกดดันสังคมสูงวัย

สธ.เดินหน้า 1 ตำบล 1 อาสาพยาบาล เริ่มปีงบฯ 69 ค่าตอบแทน 15,000 บาท/เดือน

“ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ลองจัดดูก่อน” สภาการพยาบาล แจงปม ปรับเกณฑ์เวลาทำงานไม่เกิน 12 ชม.