เมืองสุรินทร์ยังปลอดภัย? ผู้ลี้ภัยวอนหยุดยิง – ยอดอพยพทะลุ 1.3 แสน

บรรยากาศเมืองสุรินทร์เงียบเหงา หลังคำเตือนระวังภัยชายแดน ผู้ลี้ภัยจากแนวชายแดนหวั่นใจ “คิดว่าที่นี่จะปลอดภัยที่สุดแล้ว” ข่าวลือขีปนาวุธสร้างความปั่นป่วน กองทัพภาค 2 ยืนยันเป็นข่าวปลอม สธ.เผย รพ.ได้รับผลกระทบ 19 แห่ง ผู้อพยพสะสมทะลุ 1.3 แสนคน





วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 น. #เก็บตกจากวชิรวิทย์  สำรวจ บรรยากาศในตัวเมืองอำเภอเมืองสุรินทร์เงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านสะดวกซื้อและสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งเริ่มทยอยปิดให้บริการ หลังมีคำเตือนจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เตือนประชาชน เลี่ยงพื้นที่รัศมี 120 กม. จากแนวชายแดน หลังพบความเคลื่อนไหวกองทัพกัมพูชา นำจรวด PHL-03 และ KS-1C ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 120 กิโลเมตร เข้าประจำการในจังหวัดอุดรมีชัย ตรงข้ามจังหวัดสุรินทร์ ให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เมื่อวานนี้


ประชาชนจำนวนมากเริ่มอพยพออกจากพื้นที่ด้วยความกังวล ขณะที่กลุ่มชาวบ้านที่หนีภัยจากเขตชายแดนบริเวณ อ.พนมดงรัก อ.กาบเชิง เข้ามาพักในเมืองสุรินทร์ตั้งแต่ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ต่างตกใจและรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยของพื้นที่




 ◤ ​​“นึกว่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว” เสียงสะท้อนจากผู้ลี้ภัย


รัง สมเสร็จ อายุ 85 ปี ชาวบ้านตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก เล่าว่า ตนและครอบครัว 5 คนอพยพมายังตัวเมืองสุรินทร์ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม โดยทิ้งให้ลูกหลานผู้ชายอยู่เฝ้าบ้านและสัตว์เลี้ยงที่หมู่บ้าน แม้มีหน่วยงานรัฐและเอกชนเข้าช่วยเหลือที่ศูนย์อพยพ แต่สภาพความเป็นอยู่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าสะดวกสบาย


“เมื่อคืนฝนก็ตก ยุงก็เยอะ ยายแทบนอนไม่หลับ ถ้าแค่ปืนเล็กยายไม่กลัวหรอก แต่ถ้าเป็นปืนใหญ่เสียงมันดังกว่า ยายก็กลัว ก็เลยยกกันออกมา เพราะมีข่าวว่าใช้ปืนใหญ่ อยากให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วๆ จะได้กลับบ้าน เพราะไม่รู้จะอพยพไปที่ไหนอีก” คุณยายรังกล่าว


 ◤ ​​“ถ้ามาระเบิดลงตรงนี้ ก็คงตายกันทั้งครอบครัว”


วันทอง ผมพุ่ย ชาวบ้านจากตำบลบักไดอีกคนที่พาครอบครัวซึ่งมีหลานเล็กวัย 2 ขวบ และหลานชายวัย 13 ปี มาอยู่ในศูนย์อพยพ เปิดเผยความกังวลเช่นกัน โดยเฉพาะหลังได้ยินคำเตือนจากผู้ว่าฯ ว่าขีปนาวุธสามารถยิงไกลได้ถึง 130 กิโลเมตร




“เราหนีมาจากแนวชายแดน ก็คิดว่าที่นี่จะปลอดภัย แต่ถ้ามันยิงมาถึงตรงนี้ได้จริง แล้วจะให้พวกเราอพยพไปไหนต่อ? ครอบครัวผู้หญิงล้วนมาอยู่ที่นี่ ส่วนผู้ชายยังอยู่เฝ้าบ้าน และหากเกิดเหตุร้ายขึ้น ศูนย์อพยพก็ไม่แน่ว่าจะรอด” วันทองกล่าว


ทั้งสองยังแสดงความเห็นใจชาวบ้านฝั่งกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบ และหันหน้าเจรจาอย่างสันติ


 ◤ ​​กองทัพภาคที่ 2 ยัน “ข่าวยิงขีปนาวุธ” เป็นข่าวลวง


จากกระแสข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ที่อ้างว่ามีการยิงขีปนาวุธจากฝั่งกัมพูชามายังไทย กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกประกาศชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวยังไม่มีหลักฐานยืนยันจากหน่วยราชการหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงแต่อย่างใด


ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือประชาชนงดแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ พร้อมแนะนำให้ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เช่น เพจ “กองทัพบก Royal Thai Army” และ “กองทัพภาคที่ 2” เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกจากข่าวปลอม


 ◤ ​​สธ.เผยสถานการณ์ชายแดนยังวิกฤต – มีพลเรือนเสียชีวิต 13 ราย โรงพยาบาล 19 แห่งได้รับผลกระทบ


ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมสั่งการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบ


จากรายงานล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. พบว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 11 ราย บาดเจ็บปานกลาง 12 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย รวม 49 ราย ขณะนี้ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย และมีผู้ที่อาการดีขึ้นกลับบ้านแล้ว 8 ราย


สถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบรวม 19 แห่ง โดยต้องปิดให้บริการทั้งหมด 11 แห่ง เพิ่มขึ้นอีก 4 แห่ง ได้แก่

โรงพยาบาลนาจะหลวย จ.อุบลราชธานี

โรงพยาบาลบัวเชด และโรงพยาบาลสังขะ จ.สุรินทร์

โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

ขณะที่อีก 8 แห่งต้องปิดบริการบางส่วน รวมถึงโรงพยาบาลละหานทราย จ.บุรีรัมย์


 ◤ ​​ยอดผู้อพยพทะลุ 1.3 แสนคน – กลุ่มเปราะบางเกือบ 2.1 หมื่นราย


ข้อมูลจากศูนย์พักพิงชั่วคราวใน 6 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ตราด และสระแก้ว ระบุว่า ขณะนี้มีผู้อพยพอยู่ภายในศูนย์รวม 138,152 คน จากความสามารถในการรองรับสูงสุด 358,410 คน โดยจังหวัดศรีสะเกษมีผู้อพยพมากที่สุดถึง 62,691 คน




สำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง มีจำนวนรวม 21,076 ราย โดยศรีสะเกษมีมากที่สุด 8,267 ราย รองลงมาคือสุรินทร์ 4,988 ราย


แม้หน่วยงานภาครัฐจะเร่งระดมกำลังดูแล แต่สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่เสียงจากชาวบ้านสะท้อนความหวังเดียวกันว่า อยากให้เสียงปืนหยุดลงโดยเร็ว เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับบ้านอีกครั้งในสันติภาพ.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต่อคิวรอเข้า ”บ้านบางแค“ ทะลุ 6,000 คน สะท้อนแรงกดดันสังคมสูงวัย

สธ.เดินหน้า 1 ตำบล 1 อาสาพยาบาล เริ่มปีงบฯ 69 ค่าตอบแทน 15,000 บาท/เดือน

“ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ลองจัดดูก่อน” สภาการพยาบาล แจงปม ปรับเกณฑ์เวลาทำงานไม่เกิน 12 ชม.