รมว.สธ.ปฏิเสธ”ล้วงลูก”กรณีหมอสุภัทร กลัวถูกมองว่าไปช่วย
สมศักดิ์ พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริง หากกฎหมายรองรับ ชี้ไม่อยากให้เกิดข้อครหา ชี้กระแสสังคมทำให้หลายฝ่ายถอย รอการประชุมเดินตามขั้นตอน มองเรื่องหมอสุภัทร ไม่ใช่ความเร่งด่วน เทียบกับการพัฒนาเทเลเมดิซีนเพื่อประชาชน
จากกรณี ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ทบทวนผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ปมจัดซื้อชุดตรวจโควิด ATK ชี้ไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรม และเปิดผลสอบให้สังคมทราบข้อเท็จจริงนั้น
วันนี้ (26 ส.ค. 2568) ที่งานคิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้มีภาวะพึ่งพิง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสเรียกร้องให้เปิดเผยข้อเท็จจริงในกรณีการสอบวินัยของ นพ.สุภัทร ปมจัดซื้อ ATK แพทย์ชนบทบุกกรุง โดยระบุว่า ตนยินดีให้มีการชี้แจง หากกฎหมายและระเบียบเอื้ออำนวย พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาว่าก้าวล่วงเกินกรอบอำนาจหน้าที่
”กรณีแพทยชนบทที่ฮือฮาขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชน สนใจมากเลย คงเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่าไม่รู้“ นายสมศักดิ์ กล่าว
รมว.สธ. บอกด้วยว่า หลายฝ่ายอยากให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงเพิ่มเติม แต่การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและกฎระเบียบ “ถ้ากฎหมายทำได้ก็ไม่ขัดข้องเลย อยากให้ทุกฝ่ายสบายใจ ผมเป็นคนยึดประชาธิปไตย แต่ถ้าไปทำเกินขอบเขตก็จะผิดที่ตัวเราเอง”
เขายังยกตัวอย่างว่า แม้บางครั้งมีผู้พูดว่ากฎหมายสามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่ามีกฎหมายรองหรือระเบียบรองรับหรือไม่ เพราะหากไม่มี ก็อาจกลายเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอน
เมื่อถูกถามถึงข้อเรียกร้องให้กระทรวงเปิดเผยข้อมูลว่า นพ.สุภัทร ทำผิดอะไร นายสมศักดิ์ตอบว่า เรื่องดังกล่าวต้องดูว่าระเบียบราชการอนุญาตหรือไม่ “ถ้าระเบียบทำได้ก็ทำ แต่ถ้าเราไปล้วงลูกเอง ก็จะถูกมองว่าไปช่วยหมอสุพัฒน์ ซึ่งตอบไม่ได้”
นอกจากนี้ รมว.สธ. ยังกล่าวถึงบรรยากาศภายในกระทรวงว่า หลังเกิดเป็นประเด็นใหญ่ในสื่อ ทำให้หลายฝ่ายชะลอท่าที
“คืออย่างนี้ พอวันนี้มีเรื่องออกมาหน้าสื่อ หนังสือพิมพ์ ทุกคนถอยหลังคนละ 2-3 ก้าวหมดนะครับ แล้วก็มันอาจจะทำให้เรื่องช้า ไปหรือเปล่า เราอยากจะรู้เร็วๆ ใช่มั้ย พอทุกคนถอยหมด กูไม่รู้ ไม่เห็น ไม่จับแล้ว อะไรอย่างเนี่ย ไปบอก บก. ว่า อยากจะเร่ง หรืออยากจะถอย หรืออยากจะช้า ถามหน่อย“ นายสมศักดิ์ กล่าว
ถามต่อว่าจะถึงขั้น “เก็บกวาดกระทรวง” เลยหรือไม่ นายสมศักดิ์ บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่มีทั้งถูกและผิด จึงต้องหาทางรักษาสมดุลไม่ให้ราชการเสียหาย “ถ้าผมไปเร่งหรือไปล้วงลูก ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ เอาเป็นว่าถึงเวลาเมื่อเขาเรียกประชุมก็ไปประชุม”
เขาย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนเท่ากับประเด็นด้านสาธารณสุขอื่น ๆ เช่น การพัฒนาระบบเทเลเมดิซีน ที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า ส่วนกรณีของ นพ.สุภัทร ขอให้เป็นไปตามวาระและระเบียบ “หากเร่งเกินไปก็อาจมีความผิดพลาด แต่ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน จะทำให้เกิดความผิดน้อยลง”

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น