หน่วยบริการ หารือแนวทางปฏิรูปบอร์ด สปสช. เสนอจำกัดเก้าอี้ซ้ำซ้อน เพิ่มสัดส่วนผู้ให้บริการ
กลุ่มโรงพยาบาล-ชมรมนายแพทย์ สธ. เข้าพบ “รมว.พัฒนา” ยื่น 5 ข้อเสนอ ปรับระบบบริหารกองทุนบัตรทอง ชี้ควรหารือหน่วยบริการก่อนออกนโยบาย ปัดพูดถึงร่วมจ่าย
วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ตัวแทนจาก 4 เครือข่ายหน่วยบริการหลักของประเทศ ได้แก่ ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) ชมรมโรงพยาบาลสถาบันกรมการแพทย์ และเครือข่ายคณะกรรมการโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย (Uhosnet) เข้าพบนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือและยื่นข้อเสนอปรับปรุงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)
◤ ชี้ปัญหาเรื้อรังโรงพยาบาลติดลบ – เรียกร้องให้รัฐเร่งจัดสรรงบปี 2568
พญ.ภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี ในฐานะประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป เปิดเผยหลังการหารือว่า รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงฯ เปิดโอกาสให้ตัวแทนหน่วยบริการสะท้อนปัญหาอย่างรอบด้าน พร้อมรับฟังข้อเสนอทั้งหมดอย่างละเอียด
ทั้งนี้ นายพัฒนาและปลัดกระทรวงฯ รับทราบปัญหางบประมาณค้างชำระในกองทุนผู้ป่วยใน และอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบ โดยเบื้องต้นจะเร่งแก้ปัญหาการขาดงบผู้ป่วยในก่อนเป็นอันดับแรก โดยตั้งเป้าจัดสรรงบให้ครบ 8,250 บาทต่อหน่วย
พญ.ภาวิณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการหารือเรื่องงบประมาณปี 2568 ซึ่งยังต้องรอการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม ประมาณ 5,500 ล้านบาท แบ่งเป็นงบชดเชยค้างจ่ายปี 2566 จำนวน 2,000 ล้านบาท และงบเพิ่มการบริการผู้ป่วยในปี 2568 อีก 3,500 ล้านบาท โดยรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการว่าภาระงานบริการเพิ่มขึ้นตามเทคโนโลยีทางการแพทย์ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนงบให้เพียงพอ
◤ หารือแนวทางปฏิรูปบอร์ด สปสช. – เสนอจำกัดเก้าอี้ซ้ำซ้อน เพิ่มสัดส่วนผู้ให้บริการ
ในการประชุมยังได้หยิบยกประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างคณะกรรมการและอนุกรรมการของ สปสช. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอร่วมจากทั้งสี่องค์กร โดยมีแนวคิดจำกัดไม่ให้บุคคลใดดำรงตำแหน่งในบอร์ดมากกว่า 2 คณะ เพื่อกระจายอำนาจการมีส่วนร่วมให้กว้างขวางขึ้น
พญ.ภาวิณี กล่าวว่า ฝ่ายหน่วยบริการเห็นว่าคณะกรรมการ สปสช. ควรมีตัวแทนจากสถานพยาบาลเพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ขณะที่ผู้บริหารโรงพยาบาลมีเพียงสัดส่วนน้อย ทั้งที่เป็นหน่วยปฏิบัติการปลายทางซึ่งรับผลกระทบโดยตรงจากทุกนโยบาย
“ข้อมูลจริง ๆ ของปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่หน้างานในโรงพยาบาล หากมีตัวแทนจากสถานพยาบาลในคณะกรรมการมากขึ้น การกำหนดนโยบายจะสะท้อนความจริงและทำได้จริงมากกว่า” พญ.ภาวิณีกล่าว
◤ ย้ำชัด “ไม่เคยเสนอร่วมจ่าย” – ปัญหาอยู่ที่ระบบบริหารกองทุน
สำหรับประเด็น “การร่วมจ่าย” ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยจากบางฝ่ายว่าเป็นหนึ่งในข้อเสนอของกลุ่มโรงพยาบาลนั้น พญ.ภาวิณี ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
“เราไม่เคยพูดถึงเรื่องร่วมจ่ายเลย ยกเว้นในกรณีที่เกินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเท่านั้น ข้อเสนอทั้งหมดของเราอยู่บนหลักการรักษาสิทธิของประชาชน และเน้นให้กองทุนมีความโปร่งใสในการจัดการงบประมาณมากขึ้น” เธอกล่าว
พญ.ภาวิณี ยังระบุว่า ปัญหาหลักของระบบหลักประกันสุขภาพในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องสิทธิหรือการร่วมจ่าย แต่เป็น “การบริหารจัดการกองทุน” ที่ขาดความชัดเจน โปร่งใส และไม่สอดคล้องกับภาระงานจริงของหน่วยบริการ ซึ่งส่งผลให้โรงพยาบาลกว่า 50% จาก 900 แห่งทั่วประเทศมีสภาพคล่องติดลบ
◤ เสนอ 5 ข้อหลัก ปรับระบบบริหารกองทุนบัตรทอง
กลุ่มชมรมโรงพยาบาลและองค์กรแพทย์ได้ยื่นข้อเสนอรวม 5 ข้อ ต่อรัฐมนตรีสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นแนวทางปรับปรุงการบริหารกองทุน ได้แก่
1. ก่อนออกนโยบายใด ๆ ต้องหารือกับหน่วยบริการ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางการเงินและผลกระทบต่อการบริการ
2. จัดสรรงบประมาณตามภาระงานจริง โดยเฉพาะในส่วนผู้ป่วยในที่มีต้นทุนสูงและใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์มากขึ้น
3. เพิ่มสัดส่วนตัวแทนผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช. ให้สะท้อนปัญหาหน้างานได้ตรงจุด
4. เร่งเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของกองทุน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับหน่วยบริการ
5. สร้างกลไกติดตามการบริหารงบแบบต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยบริการได้รับงบครบตามสิทธิ์และลดการค้างชำระ
พญ.ภาวิณี กล่าวด้วยว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า “ระบบบัตรทอง” เป็นสิ่งดีที่ต้องรักษาไว้ แต่เมื่อผ่านมากว่า 23 ปีตั้งแต่เริ่มใช้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ก็ถึงเวลาที่จะต้อง “ทบทวนและปรับปรุง” ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของระบบบริการและความต้องการของประชาชนในยุคใหม่
“ไม่มีใครอยากยกเลิกบัตรทอง แต่เราต้องทำให้ระบบนี้ยั่งยืนได้จริง ทั้งเพื่อประชาชนและเพื่อผู้ให้บริการที่อยู่หน้างาน” พญ.ภาวิณี เอี่ยมจันทน์ กล่าว
ด้านนายพัฒนา รมว.สธ.ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ภายหลังการประชุมว่า “บางเรื่องอย่าเพิ่งสรุป แต่คุยกันแล้วดี คุยแล้วมีทางออก” ส่วนงบฯ กลาง 8,000 ล้านที่เอามาอุดหนี้ รพ. และกองทุนล้างไต ยังไม่เข้า ครม.
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น