เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย บุกพรรคภูมิใจไทย ทวงท่าที “กัญชา” หลังได้อำนาจรัฐบาล
ชี้ใบแพทย์บังคับซื้อ–ร้านต้องเป็น “สถานพยาบาล” เปิดทางทุนผูกขาด ผู้ใช้–ผู้ประกอบการรายย่อยเดือดร้อนหนัก ย้ำ 3 ปีสร้างระบบโปร่งใสกำลังถูกทำลาย จี้นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค แสดงจุดยืน จะเดินหน้ากัญชาหรือทิ้งประชาชน เตือนพรรคเล็ก–พรรคใหม่พร้อมชูธงกัญชาแทน หากภูมิใจไทยนิ่งเฉยในโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2568) ที่พรรคภูมิใจไทย เครือข่าย “เขียนอนาคตกัญชาไทย” นำโดย นายประสิทธิชัย หนูนวล เข้ายื่นหนังสือ “ขอให้ผลักดันกฎหมายที่เป็นธรรมในการควบคุมกัญชา” ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายสุริยงค์ หุณฑสารา รองผู้อำนวยการพรรค เป็นผู้รับหนังสือแทน
นายประสิทธิชัยแถลงว่า มาตรการใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการบังคับให้ผู้ซื้อกัญชาต้องมี “ใบแพทย์” กำลังสร้างปัญหาใหญ่ เพราะผู้ใช้จำนวนมากไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ จึงหันไปซื้อกัญชานอกระบบแทน ทำให้กลไกการควบคุมกลับเบี่ยงเบนจากความเป็นจริง และผลักตลาดกัญชากลับสู่ระบบใต้ดินทั้งระบบ
เขาระบุว่า การออกกติกาโดยไม่ประเมินผลกระทบ กำลังทำลายโครงสร้างที่ภาคประชาชนร่วมกันผลักดันมา 3 ปี เพื่อให้อยู่ในระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
◤ ห่วงร้านรายย่อยถูก “กลืนระบบ” หากนิยามเป็นสถานพยาบาล
ประสิทธิชัยชี้ว่า กฎกระทรวงที่เตรียมนำเข้าสู่ ครม. ให้ร้านจำหน่ายกัญชาต้องขึ้นทะเบียนเป็น “สถานพยาบาล” เป็นแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของผู้ใช้ และจะทำให้ “ทุนใหญ่” เท่านั้นที่สามารถเปิดคลินิกหรือขอใบอนุญาตมาตรฐานต่าง ๆ ได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากถูกกีดกันออกจากระบบ
“ท้ายที่สุด คนใช้กัญชาจะถูกผลักกลับไปซื้อใต้ดิน ทั้งที่เราต่อสู้มา 3 ปี เพื่อให้ทุกอย่างขึ้นบนโต๊ะ” เขาย้ำ
◤ ระบุ สธ. ฟังกลุ่มทุนมากกว่าประชาชน
เขากล่าวว่า แม้เครือข่ายจะขอหารือกับกระทรวงหลายครั้ง แต่พบว่าอำนาจกำหนดกติกาไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายนโยบาย หากถูกกำกับโดยกลุ่มทุนบางกลุ่ม ทำให้ข้อเสนอเพื่อความเป็นธรรมของภาคประชาชนถูกกันไว้ ขณะที่ข้อกำหนดที่เอื้อต่อทุนได้รับการผลักดันอย่างรวดเร็ว
เมื่อกระทรวงไม่ตอบสนอง เครือข่ายจึงหันมายื่นหนังสือต่อพรรคภูมิใจไทย โดยมองว่า นายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี และผู้กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจแก้ปัญหาได้ทันที หากยังนิ่งเฉยอาจสะท้อนว่า พรรคไม่ยึดมั่นต่อคำสัญญาที่เคยให้กับประชาชน
เขาย้ำว่า หากไม่เร่งแก้กติกาย่อย 3–4 ประเด็นที่กำลังสร้างปัญหา พรรคอาจถูกมองว่า “ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนที่ใช้กัญชาอย่างสุจริต” หากพรรคภูมิใจไทยไม่เร่งผลักดันกฎหมายที่เคยประกาศไว้ ประชาชนที่เคยสนับสนุนจะผิดหวังอย่างหนัก
◤ ภาคประชาชนย้ำ “ไม่หยุดเคลื่อนไหว” – ชี้กติกาใหม่ทำคนใช้หลุดระบบจริง
ด้านช่อขวัญ ช่อผกา ตัวแทนเครือข่าย ระบุว่า การเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้คือการ “ทวงคำตอบ” เพราะรอบที่ผ่านมา พรรคยังเป็นฝ่ายค้าน แต่วันนี้กลับมามีอำนาจเต็มทั้งฝ่ายบริหารและกระทรวงสาธารณสุข จึงต้องตอบให้ชัดว่าจะเดินหน้ากฎหมายกัญชาหรือปล่อยทิ้ง
เธอย้ำว่าร้านกัญชาหลายแห่งที่ทำถูกต้องตามกฎหมายต้องปิดกิจการ เพราะกฎใหม่ “ไม่ make sense” และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ
ข้อเสนอหลักของเครือข่าย
1. ผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา เข้าสู่สภา
2. แก้ประกาศกระทรวง ให้ “ผู้ป่วยใช้ใบแพทย์ – ผู้ใช้ทั่วไปมีบัตรผู้ใช้กัญชา 1 ปี”
3. จัดมาตรฐาน GACP ให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน ไม่กีดกันรายย่อย
4. แก้กฎกระทรวง: ไม่บังคับให้ร้านกัญชาเป็นสถานพยาบาล
◤ มองเกมการเมือง ใกล้เลือกตั้ง–พรรคอาจลังเล แต่ความเสี่ยงทางการเมืองสูงกว่า
ช่อขวัญมองว่า พรรคอาจกังวลเพราะกัญชาเป็นประเด็นอ่อนไหว แต่การไม่เดินหน้าอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมมากกว่า เพราะมีพรรคเล็ก–พรรคใหม่หลายพรรคพร้อมชูประเด็นนี้แทน
“ถ้าเขาไม่รักเรา เราก็ต้องปล่อยเขาไป” เธอกล่าว พร้อมระบุว่าเสียงผู้ต้องการนโยบายกัญชายังมีอยู่จริง และกำลังมองหาพรรคใหม่ที่จะเดินตามข้อเรียกร้อง
ทั้งนี้เครือข่ายฯ ย้ำว่าการเคลื่อนไหวจะดำเนินต่อไปจนกว่ารัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยจะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะรัฐมนตรีสาธารณสุขที่เป็นคนของพรรค มีอำนาจแก้ได้ทันที หากมีเจตนาทางการเมืองที่ชัดเจน
#เก็บตกจากวชิรวิทย์ #นักข่าวสาธารณสุข


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น