“เชียงราย” ถกผลวิจัยพบสารหนูในคนริมน้ำกก ชี้ยังระบุต้นตอไม่ได้
แต่สัญญาณสุขภาพน่าเป็นห่วง เสนอยกระดับวาระแห่งชาติ สธ.สั่งด่วน ขยายตรวจกลุ่มเสี่ยงจาก 300 เป็น 1,500 คน เสนอตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนักประจำจังหวัด เร่งงบ 2,000 ล้านย้ายแหล่งน้ำดิบ “น้ำกก” ล่องเรือได้ แต่ห้ามลงสัมผัส “น้ำสาย” ปิดกิจกรรมทุกประเภท
วันนี้ 25 ก.พ. 2569 หลังนักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเปิดเผยผลวิจัยพบสารหนูในเส้นผมและเล็บของประชาชนริมแม่น้ำกก กระทรวงสาธารณสุขเรียกประชุมเร่งด่วนสั่งการเฝ้าระวังสุขภาพ ขณะที่คณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำจังหวัดเชียงรายเสนอรัฐบาลกลางยกระดับปัญหามลพิษข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ
ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ให้สัมภาษณ์ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ผลวิจัยที่นำเสนอต่อที่ประชุมชี้ให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่ได้รับสัมผัสสารพิษสะสมเป็นเวลานาน แต่แหล่งต้นทางของการปนเปื้อนยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมทั้งเชิงวิชาการและเชิงพื้นที่
สธ.สั่งด่วน ขยายตรวจกลุ่มเสี่ยงจาก 300 เป็น 1,500 คน
ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เร่งตรวจเฝ้าระวังสารหนูในปัสสาวะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ตรวจการปนเปื้อนในอาหาร และตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่เสี่ยง พร้อมให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ประสานข้อมูลเชิงลึกจากผู้วิจัยและระดมหน่วยงานท้องถิ่น โรงพยาบาล และ รพ.สต. ร่วมวางมาตรการรับมือ
ขณะที่ นพ.เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ได้จัดทีมลงพื้นที่ตรวจคัดกรองและรักษากลุ่มเสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านเดือนละ 1 ครั้ง และสุ่มตรวจปัสสาวะประชาชนกลุ่มเปราะบางตามพื้นที่เสี่ยง โดยปีนี้จะขยายการตรวจจาก 300 คน เป็น 1,500 คน ภายใต้แผนเฝ้าระวังสุขภาพระยะยาว 5 ปี
กรมอนามัยรายงานว่า น้ำประปาหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน ยกเว้นบ้านป่ายางมน ต.รอบเวียง อ.เมือง และ ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ที่พบสารหนูเกินมาตรฐานเล็กน้อย โดยกรมอนามัยได้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคสนับสนุนน้ำบริโภคให้ประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นแล้ว
เสนอตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนักประจำจังหวัด – เร่งงบ 2,000 ล้านย้ายแหล่งน้ำดิบ
ที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัดมีมติเสนอให้รัฐบาลยกระดับปัญหามลพิษในแม่น้ำชายแดนเป็น “วาระแห่งชาติ” เนื่องจากมีลักษณะข้ามพรมแดนและส่งผลกระทบในวงกว้าง พร้อมเสนอจัดตั้ง “ศูนย์ตรวจสารโลหะหนักประจำจังหวัด” เพื่อให้ตรวจวิเคราะห์น้ำและตะกอนได้รวดเร็วกว่าการส่งตรวจส่วนกลาง
นอกจากนี้ หน่วยงานด้านประปายังเร่งรัดการจัดสรรงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างระบบแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งน้ำที่อาจปนเปื้อน
น้ำกกล่องเรือได้ แต่ห้ามลงสัมผัส – น้ำสายปิดกิจกรรมทุกประเภท
ดร.สืบสกุล เปิดเผยด้วยว่า สำหรับการใช้ประโยชน์แม่น้ำ ที่ประชุมเห็นพ้องให้หลีกเลี่ยงการลงสัมผัสน้ำกกโดยตรง เนื่องจากตะกอนอาจฟุ้งกระจายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่กิจกรรมท่องเที่ยวทางเรือยังทำได้ภายใต้ข้อควรระวัง ส่วนแม่น้ำสายซึ่งพบค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐานหลายครั้ง ที่ประชุมแนะนำให้งดกิจกรรมสัมผัสน้ำทุกประเภทในช่วงนี้
ดร.สืบสกุล กล่าวอีกว่า แม้ประชาชนในพื้นที่จำเป็นต้องปรับตัวอยู่กับความเสี่ยงในระยะสั้น แต่ภาคประชาชนและนักวิชาการได้ยื่นข้อเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อผลักดันให้รัฐบาลกลางเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและระยะยาวอย่างจริงจัง



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น