หน่วยนวัตกรรมบัตรทอง เบิกงบฯ ปี 69 ไปแล้ว 94.3% เหลือ 214 ล้านบาท!
“พยาบาล–เวชกรรม–ทันตกรรม” ใช้เกือบเต็มกรอบ “พัฒนา” ย้ำงบจำกัดแต่ไม่หยุดบริการ คุมเข้มคลินิกหน่วยนวัตกรรม เร่งรีแอคติเวต–ใช้สแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ สกัดเบิกจ่ายไม่ตรงจริง สั่งเปิดข้อมูลหน่วยบริการ–ผู้รับบริการ ประเมินการกระจายงบและควบคุมค่าใช้จ่าย ย้ำไม่หยุดบริการแม้งบจำกัด
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการกำกับดูแล “คลินิกหน่วยนวัตกรรม” หรือที่เรียกว่า 7 นางฟ้า ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ขณะนี้กระบวนการควบคุมและคัดกรองหน่วยบริการที่ขอ “reactivate” หรือกลับเข้าสู่ระบบ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และมีหน่วยบริการกลับเข้ามาดำเนินการใหม่ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด
รมว.สธ. กล่าวว่า การรีแอคติเวตครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ และคัดกรองหน่วยที่ไม่ได้ให้บริการจริงออกจากระบบ เพื่อให้เหลือเฉพาะคลินิกที่มีตัวตน ให้บริการจริง และมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนด
ใช้สแกนใบหน้า–ลายนิ้วมือ ปิดช่องโหว่สวมสิทธิ
มาตรการสำคัญที่นำมาใช้คือ การยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ เพื่อป้องกันปัญหาการสวมสิทธิหรือเบิกจ่ายโดยไม่มีการรักษาจริง
อย่างไรก็ตาม นายพัฒนา ยอมรับว่า มีข้อกังวลในกรณีผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือได้ ซึ่งในกลุ่มนี้จะมอบหมายให้คณะทำงานและฝ่ายเลขานุการพิจารณากำหนดแนวทางยืนยันตัวตนรูปแบบอื่น โดยเชื่อว่ามีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับผู้รับบริการทั้งหมด และเป็นผู้ป่วยจริงที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย
สั่งเปิดข้อมูลหน่วยบริการ–วงเงินอุดหนุน เสนอบอร์ดรอบหน้า
นายพัฒนา เปิดเผยด้วยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้ฝ่ายเลขานุการจัดทำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับหน่วยบริการที่ได้รับเงินจาก สปสช. ว่าอยู่พื้นที่ใดบ้าง และได้รับเงินอุดหนุนในแต่ละประเภทบริการเป็นมูลค่าเท่าใด เพื่อประเมินความเหมาะสมของการกระจายทรัพยากร
แม้ข้อมูลบางส่วนจะเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ สปสช. อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้แสดงรายละเอียดเชิงมูลค่า เนื่องจากเป็นข้อมูลอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม จะมีการรายงานต่อคณะกรรมการในการประชุมครั้งถัดไป เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย
แยกข้อมูลผู้รับบริการรายพื้นที่ ดูความถี่–มูลค่าเบิกจ่าย
นอกจากข้อมูลฝั่งผู้ให้บริการแล้ว รมว.สธ. ยังมอบหมายให้จัดทำข้อมูลฝั่งผู้รับบริการ โดยแยกตามกลุ่มจังหวัดและพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ความถี่ในการเข้ารับบริการ และมูลค่าการเบิกจ่ายในแต่ละราย
ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ประเมินประสิทธิภาพการจัดบริการ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และมีกรณีเบิกจ่ายที่ไม่สอดคล้องกับการรักษาจริงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการควบคุมค่าใช้จ่าย (cost control) ของกองทุนหลักประกันสุขภาพ
ย้ำงบจำกัดแต่ไม่หยุดบริการ
กรณีที่มีความกังวลในที่ประชุมเรื่องงบประมาณสำหรับหน่วยนวัตกรรมอาจไม่เพียงพอในช่วงปลายปีงบประมาณ นายพัฒนา ชี้แจงว่า งบประมาณมีข้อจำกัดในทุกส่วน ไม่เฉพาะคลินิกนวัตกรรม แต่หลักการสำคัญคือจะไม่หยุดการให้บริการแก่ประชาชน
โดยในเดือนหน้า ฝ่ายเลขานุการจะเสนอข้อมูลต่อบอร์ดว่า ภายใต้เงื่อนไขการให้บริการและปริมาณผู้รับบริการปัจจุบัน จำเป็นต้องจัดสรรงบเพิ่มเติมเท่าใด และจะบริหารจากส่วนใดเพื่อให้หน่วยบริการสามารถเบิกจ่ายได้ต่อเนื่อง
“เรายืนยันว่าหน่วยบริการต้องให้บริการได้ และต้องเบิกได้ตามระบบ แม้งบจะจำกัดก็ต้องบริหารจัดการไม่ให้กระทบประชาชน” นายพัฒนา กล่าว
สรุปงบปี 2569 เบิกจ่ายแล้ว 94.3% เหลืองบ 214 ล้านบาท “พยาบาล–เวชกรรม–ทันตกรรม” ใช้เกือบเต็มกรอบ
ที่ประชุมบอร์ด สปสช.รายงานความคืบหน้าสถานการณ์งบประมาณและการเบิกจ่าย ปีงบประมาณ 2569 เก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 68 - 27 ก.พ. 69 พบว่า จากกรอบงบหลังปรับรวมทั้งสิ้น 3,770,479,500 บาท มีการเบิกจ่ายแล้ว 3,555,480,928 บาท คิดเป็น 94.30% เหลืองบประมาณคงเหลือ 214,998,572 บาท หรือ 5.70% ของวงเงินทั้งหมด
หลายรายการมีการใช้จ่ายเกือบครบ 100% ของงบที่ได้รับ ได้แก่
• นวัตกรรมด้านการพยาบาล
ตั้งงบ 987,907,500 บาท
ใช้ไป 987,807,706 บาท
คงเหลือเพียง 99,794 บาท
• นวัตกรรมด้านเวชกรรม
ตั้งงบ 533,012,600 บาท
ใช้ไป 532,619,780 บาท
คงเหลือ 392,820 บาท
• นวัตกรรมด้านทันตกรรม
ตั้งงบ 744,627,300 บาท
ใช้ไป 743,906,500 บาท
คงเหลือ 720,800 บาท
• นวัตกรรมด้านการแพทย์แผนไทย
ตั้งงบ 192,329,200 บาท
ใช้ไป 191,849,200 บาท
คงเหลือ 480,000 บาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าบริการในกลุ่มนี้มีการเบิกจ่ายใกล้เต็มเพดานงบประมาณแล้ว
Common Illness ใช้เกิน 90% เหลือราว 47 ล้านบาท
สำหรับ นวัตกรรมร้านยาคุณภาพ (Common Illness) ตั้งงบ 616,062,000 บาท ใช้ไปแล้ว 568,236,190 บาท คงเหลือ 47,825,810 บาท ถือว่าเบิกจ่ายเกิน 90% ของวงเงิน
ขณะที่ บริการระดับปฐมภูมิและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ภาครัฐ) ตั้งงบ 470,620,200 บาท ใช้ไป 396,916,477 บาท เหลือ 176,739,723 บาท
ห้องแล็บ–กายภาพบำบัด ยังมีงบเหลือ
สองรายการที่ยังมีงบคงเหลือในสัดส่วนสูง ได้แก่
• บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (นอกหน่วย/ในคลินิก Lab)
ตั้งงบ 130,847,700 บาท
ใช้ไป 80,231,675 บาท
คงเหลือ 134,627,895 บาท
• นวัตกรรมด้านกายภาพบำบัด
ตั้งงบ 95,073,000 บาท
ใช้ไป 53,913,400 บาท
คงเหลือ 41,159,600 บาท
ภาพรวมการเบิกจ่ายที่ระดับ 94.30% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง ใกล้เต็มกรอบงบประมาณ โดยเหลือวงเงินประมาณ 214 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมมีแนวโน้มต้องติดตามการบริหารจัดการงบช่วงท้ายปี เพื่อไม่ให้เกิดภาวะงบไม่เพียงพอในกลุ่มที่ใช้จ่ายเกือบเต็มเพดาน ขณะเดียวกันอาจต้องพิจารณาปรับสมดุลกับกลุ่มที่มีงบเหลือ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุดก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2569
เปิดผลงาน 7 วิชาชีพสุขภาพ ปี 2569 3 กลุ่มพุ่ง
ที่ประชุม สปสช. ยังได้รายงานการ ติดตามความก้าวหน้าการให้บริการปีงบประมาณ 2569 รายงานผล “Target vs Actual” ของ 7 วิชาชีพทางการแพทย์ พบภาพรวมแบ่งชัด 3 ระดับ คือ กลุ่มทำได้เกินเป้า กลุ่มใกล้เคียงเป้า และกลุ่มที่ยังตามหลังเป้าหมาย โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกใช้ประกอบการบริหารงบและปรับกลยุทธ์ในช่วงเวลาที่เหลือของปี
กลุ่มที่ทำผลงานเกินเป้าหมาย (Over-Achievers) มี 3 สาขา ได้แก่
• คลินิกพยาบาล ทำได้ 145% เกินเป้า 2,053,485 ครั้ง
• แพทย์แผนไทย ทำได้ 155% สูงสุดในกลุ่ม เกินเป้า 347,577 ครั้ง
• เวชกรรม ทำได้ 112% เกินเป้า 462,414 ครั้ง
กลุ่มใกล้เคียงเป้าหมาย (On Track)
• ร้านยา ทำได้ 79% ต่ำกว่าเป้า 803,407 ครั้ง
• ทันตกรรม ทำได้ 82% ต่ำกว่าเป้า 216,729 ครั้ง
กลุ่มที่ยังตามหลังเป้าหมาย (Needs Focus) ได้แก่
• เทคนิคการแพทย์ ทำได้เพียง 3% ต่ำกว่าเป้าถึง 2,108,604 ครั้ง
• กายภาพบำบัด ทำได้ 59% ต่ำกว่าเป้า 59,723 ครั้ง
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์ #ThaiPBS



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น