อะไรคือสาเหตุที่ต้องแยก “ค่าแรง” ออกจากค่า “AdjRW”
“เราจึงตัดเงินเดือนออกมาก่อน แล้วจัดสรรงบค่าบริการตามภาระงานจริง เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นธรรมมากขึ้น” ปลัด สธ. ระบุ
ปีงบประมาณ 2569 กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. ปรับวิธีคำนวณงบ “ผู้ป่วยใน” บัตรทอง โดยแยก ‘ค่าแรงบุคลากร’ ออกจากการคำนวณค่า RW (Relative Weight) เพื่อสะท้อนต้นทุนการรักษาที่แท้จริง ส่งผลให้ฐานการจ่าย (Base Rate) ต่อ 1 AdjRW ลดลงจาก 8,350 บาท เหลือประมาณ 3,505 บาท หลังหักส่วนเงินเดือนออกจากระบบคำนวณ
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบายถึงแนวคิดการแยกค่าแรงบุคลากรออกจากการคำนวณ Adjusted RW ว่าเนื่องจากแต่ละโรงพยาบาลมีโครงสร้างข้าราชการแตกต่างกัน บางแห่งมีบุคลากรจำนวนมาก หรือมีสัดส่วนข้าราชการอาวุโสสูง ส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงไม่เท่ากัน หากรวมค่าแรงไว้ใน RW จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบ
“เราจึงตัดเงินเดือนออกมาก่อน แล้วจัดสรรงบค่าบริการตามภาระงานจริง เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นธรรมมากขึ้น” นพ.สมฤกษ์ ระบุ
รูปแบบดังกล่าวจะช่วยให้การจัดสรรงบสะท้อนภาระบริการจริงของแต่ละโรงพยาบาล ไม่ถูกบิดเบือนด้วยโครงสร้างบุคลากรที่ต่างกัน
◤ เตรียมดันค่า RW ปี 70 เป็น 10,000 บาท
สำหรับแผนระยะต่อไป กระทรวงสาธารณสุขได้หารือร่วมกับ สปสช. เพื่อเตรียมเพิ่มอัตราจ่ายต่อ RW จาก 8,350 บาท เป็น 10,000 บาทในปีงบประมาณ 2570 หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม
ปลัด สธ. ยอมรับว่า ในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลในส่วนงบ สปสช. ขาดทุนรวมประมาณ 18,000 ล้านบาท แม้จะมีการเติมเงิน 5,400 ล้านบาท ก็ยังขาดดุลราว 12,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมรายได้จากระบบสวัสดิการข้าราชการและประกันสังคม ทำให้ภาพรวมทั้งระบบไม่ได้ขาดทุนสุทธิ
“ถ้าปีนี้เติม 5,000 กว่าล้านบาท และปีหน้าปรับ RW เป็น 10,000 บาท ก็จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
◤ รมว.สธ. ชี้ “ค่อยๆ เล็มรอยรั่ว” ไม่ตัดบริการจำเป็น
ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตัวเลขขาดดุลที่ปรากฏในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แม้ดูสูงหลักหมื่นล้านบาท แต่กระทรวงได้ร่วมกับผู้บริหาร สปสช. วิเคราะห์รายละเอียด เพื่อบริหารจัดการจุดที่สามารถปรับปรุงได้
“เราพยายามดูว่าติดลบจากตรงไหน บริหารจัดการตรงไหนได้บ้าง คลินิกนวัตกรรมหรือบริการบางประเภทที่อาจมีความคุ้มค่าน้อย เราก็พิจารณาภายใต้ข้อจำกัดงบประมาณ” รมว.สธ. กล่าว
พร้อมย้ำว่า แนวทางของกระทรวงคือ “ค่อยๆ ทริม” หรือทยอยปรับลดความสูญเสียในระบบ อุดช่องว่างที่เป็นรอยรั่วทางการเงิน แต่จะไม่ยกเลิกบริการจำเป็น
นอกจากนี้ การกลับมาเปิดดำเนินการ (reactivate) คลินิกต่าง ๆ ประมาณครึ่งหนึ่งของที่เคยหยุดไป คาดว่าจะช่วยลดตัวเลขขาดดุลได้อีกหลายพันล้านบาท
◤ ตั้งเป้าหมายเสถียรภาพการเงินควบคู่คุณภาพบริการ
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า แนวทางการบริหารงบปี 2569 มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพทางการเงินของโรงพยาบาล กับการรักษาคุณภาพและความต่อเนื่องของบริการประชาชน
โดยหากรูปแบบการจัดสรรงบประมาณปี 2569 มีประสิทธิภาพ ก็มีแนวโน้มจะใช้เป็นต้นแบบในปีงบประมาณถัดไป พร้อมเดินหน้าปรับอัตราจ่ายให้สอดคล้องต้นทุนจริงมากขึ้นในอนาคต.
◤ กันงบ 5,450 ล้านบาท การันตีงบ “ผู้ป่วยใน” ปี 69
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หารือแนวทางบริหารงบประมาณผู้ป่วยใน ปีงบประมาณ 2569 วางหลักประกันรายได้ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ “ไม่ต่ำกว่าปี 2568” พร้อมกันเงินตั้งแต่ต้นปี 5,450 ล้านบาท และเตรียมแผนระยะยาวปรับอัตราจ่ายต่อ RW เพิ่มในปี 2570
นพ.สมฤกษ์ มั่นใจว่าภาพรวมงบประมาณ “ผู้ป่วยใน” ปี 2569 ยังคงกำหนดอัตราจ่ายที่ 8,350 บาทต่อ RW โดยได้กันเงินล่วงหน้าจำนวน 5,450 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและการันตีการให้บริการตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ
“รูปแบบการจัดสรรครั้งนี้ โรงพยาบาลทุกแห่งจะได้รับงบประมาณไม่น้อยกว่าปี 2568 และส่วนที่เพิ่มขึ้นจะนำไปเติมงานบริการโดยตรง” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
#เก็บตกจากวชิรวิทย์ #ThaiPBS #นักข่าวสาธารณสุข

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น