ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต: “งานวิจัยต้นทุน รพ. จะถูกนำไปใช้จริงหรือไม่?”
เสนอให้ purchaser–provider ร่วมกำหนดราคาที่ระบบไปต่อได้ ขณะที่ มาตรฐานการรักษาสูงขึ้น แต่ระบบจ่ายเงินยังไม่สอดคล้อง เรียกร้องให้ข้อมูลต้นทุนถูกส่งถึงฝ่ายการเมือง
เก็บตกจากเวที “เจาะลึกต้นทุน รพ.ไทย สู่การยกระดับประสิทธิภาพ ความแตกต่างและทางออก” เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา
นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต สะท้อนมุมมองจากผู้ให้บริการโดยตั้งคำถามสำคัญต่อผู้จัดทำงานวิจัยและหน่วยงานนโยบายว่า ข้อมูลต้นทุนที่กำลังศึกษาอยู่ จะถูกนำไปใช้กำหนดนโยบายจริงหรือไม่ และจะถูกส่งต่อไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจเพียงใด
◤ กังวลงานวิจัย “ไม่ถูกใช้จริง” แม้พบต้นทุนแตกต่างสูง
นพ.วีระศักดิ์ ระบุว่า การศึกษาต้นทุนบริการสุขภาพมีความสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานอยากเห็นคือ ผลวิจัยถูกนำไปใช้จริงในเชิงนโยบาย ไม่ใช่เป็นเพียงข้อมูลเชิงวิชาการเท่านั้น โดยยกตัวอย่างตัวเลขต้นทุนต่อหน่วย เช่น RW (Relative Weight) ที่มีข้อเสนอประมาณ 15,000 บาท ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะถูกผลักดันเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของหน่วยงานใด
“คำถามคือผลวิจัยที่ได้ จะถูกเสนอไปถึงใคร และจะถูกนำไปใช้จริงหรือไม่ เพราะการมาร่วมเวทีเช่นนี้ควรมีผลต่อการกำหนดนโยบาย ไม่ใช่เพียงรับฟังข้อมูล”
◤ ชี้ช่องว่างระหว่าง “ราคา” กับ “ต้นทุนจริง” ที่ไม่เคยอัปเดต
ผู้อำนวยการ รพ.วชิระภูเก็ต ยังสะท้อนปัญหาสำคัญของระบบจ่ายเงิน คือ ราคาที่ภาครัฐกำหนดไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงในปัจจุบัน โดยบางรายการอ้างอิงราคาที่กำหนดไว้ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนและไม่ได้ปรับปรุงให้ทันกับต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรฐานการรักษาที่เปลี่ยนไป
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าควรยึด “ต้นทุน” หรือ “ราคา” เป็นตัวตั้ง แต่คือ ระบบต้องมีการอัปเดตข้อมูลต้นทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การกำหนดราคาสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น
◤ เสนอให้ purchaser–provider ร่วมกำหนดราคาที่ระบบไปต่อได้
นพ.วีระศักดิ์ เสนอว่า ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานผู้ซื้อบริการ (purchaser) และผู้ให้บริการ (provider) ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “คนละฝ่าย” ที่ต้องต่อรองเพื่อกดราคา แต่ควรเป็น ความร่วมมือเพื่อกำหนดระดับราคาที่ทำให้ระบบเดินหน้าต่อได้
ปัจจุบันพบความแตกต่างของต้นทุนระหว่างโรงพยาบาล เช่น โรงเรียนแพทย์ที่มีต้นทุนต่อ RW สูงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่า ขณะที่อัตราจ่ายในบางบริการยังอยู่เพียงประมาณ 3,000 บาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้เทคโนโลยีวินิจฉัย เช่น CT scan ก่อนการผ่าตัดบางประเภท
◤ มาตรฐานการรักษาสูงขึ้น แต่ระบบจ่ายเงินยังไม่สอดคล้อง
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกคือ มาตรฐานการรักษาที่ได้รับอิทธิพลจากโรงเรียนแพทย์ เช่น การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด ซึ่งทำให้ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น แม้ตัวหัตถการจะใกล้เคียงกัน แต่ค่าใช้จ่ายรวมกลับแตกต่างกันมาก ส่งผลให้โรงพยาบาลบางแห่งเผชิญแรงกดดันทั้งด้านคุณภาพการรักษาและข้อจำกัดงบประมาณ
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพ ที่ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถลดขั้นตอนการรักษาได้ แม้ระบบจ่ายเงินจะไม่ครอบคลุมต้นทุนจริง
◤ เรียกร้องให้ข้อมูลต้นทุนถูกส่งถึงฝ่ายการเมือง
นพ.วีระศักดิ์ เน้นว่า ผลการศึกษาต้นทุนควรถูกสื่อสารไปถึงฝ่ายการเมือง เนื่องจากนโยบายด้านสุขภาพจำนวนมากถูกกำหนดโดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ภาระตกอยู่กับหน่วยบริการ
“นโยบายใหม่ ๆ ไม่ควรถูกกำหนดโดยไม่คิดถึงต้นทุนและงบประมาณรองรับ ไม่เช่นนั้นภาระจะตกอยู่กับโรงพยาบาลที่ต้องหาทางอยู่รอดเอง”
พร้อมสะท้อนว่า โรงพยาบาลไม่ควรต้องพึ่งพาการรับบริจาคเพื่อชดเชยต้นทุนบริการพื้นฐาน เพราะ ระบบควรมีการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับต้นทุนจริง เพื่อให้หน่วยบริการสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์ #ThaiPBS

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น