“ขนาด–ทำเลโรงพยาบาล มีผลต่อต้นทุนเหมือนก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างหรือไม่?”
นักเศรษฐศาสตร์ชี้ รพ.รัฐไม่ใช่ธุรกิจ แนะรวมบริการบางด้านเพิ่มประสิทธิภาพ มอง 1 จังหวัด 1 รพ. มาถูกทาง
![]() |
เก็บตกจากเวที “เจาะลึกต้นทุน รพ.ไทย สู่การยกระดับประสิทธิภาพ ความแตกต่างและทางออก” เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา คำถามเกี่ยวกับโครงสร้างต้นทุนโรงพยาบาลถูกหยิบยกขึ้นโดยเปรียบเทียบว่า หาก “ก๋วยเตี๋ยวเรือในห้าง” มีราคาสูงกว่าร้านข้างทางเพราะทำเลและต้นทุน แล้วในระบบสุขภาพ “ขนาดโรงพยาบาล” หรือ “ที่ตั้ง” มีผลต่อต้นทุนเหมือนกันหรือไม่ และระบบควรรวมศูนย์บริการบางอย่างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือไม่
นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านต้นทุนสุขภาพสะท้อนว่า ความแตกต่างด้านขนาดและบริบทพื้นที่มีผลต่อต้นทุนจริง แต่การปรับโครงสร้างบริการต้องพิจารณาทั้งหลักเศรษฐศาสตร์ ข้อจำกัดเชิงระบบ และบริบททางสังคม
◤ นักเศรษฐศาสตร์ชี้ รพ.รัฐไม่ใช่ธุรกิจ ต้องยอมรับความต่างของประสิทธิภาพ
ศ.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระบุว่า การเปรียบเทียบต้นทุนโรงพยาบาลกับธุรกิจทั่วไปอาจไม่สอดคล้องทั้งหมด เนื่องจากโรงพยาบาลรัฐไม่ได้ดำเนินงานเพื่อแสวงหากำไร (profit maximizing)
แม้โรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลอาจมีต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่า แต่ระบบสุขภาพยังจำเป็นต้องรักษาการเข้าถึงบริการของประชาชนในทุกพื้นที่ จึงต้องยอมรับว่าระดับประสิทธิภาพ (efficiency) อาจแตกต่างกันตามบริบท
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ ปัจจัยสำคัญคือ economies of scale หรือความประหยัดจากขนาด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหน่วยบริการมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเฉลี่ยต้นทุนคงที่ลงได้
ศ.ดิเรก ระบุว่า โรงพยาบาลขนาดเล็ก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท มักมี economies of scale ต่ำกว่า 1 ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และแนวโน้มนี้อาจชัดเจนขึ้นในอนาคต เมื่อจำนวนประชากรลดลงและความต้องการบริการในบางพื้นที่ลดลงตาม
◤ เสนอแนวคิด “รวมบริการบางด้าน” เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน
ศ.ดิเรก เห็นว่า ระบบสุขภาพอาจต้องพิจารณาการรวมบริการบางประเภทในลักษณะเครือข่ายหรือคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์
แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการลดจำนวนโรงพยาบาล แต่เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันในบริการที่มีต้นทุนสูง เช่น เครื่องมือแพทย์ขั้นสูงหรือบริการเฉพาะทาง เช่นเดียวกับแนวทาง 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล
ตัวอย่างเช่น การลงทุนเครื่อง CT Scan หรือ MRI ในพื้นที่ที่มีโรงพยาบาลตั้งอยู่ใกล้กันหลายแห่ง อาจต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการกระจายเครื่องมือ เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
“บางกิจกรรมหากทำในลักษณะคลัสเตอร์ จะช่วยให้เกิดความประหยัดจากขนาด และลดต้นทุนรวมของระบบสุขภาพได้” ศ.ดิเรก กล่าว
◤ ผู้เชี่ยวชาญต้นทุนชี้ การรวมศูนย์บริการไม่ใช่เรื่องง่าย มีปัจจัยสังคมและการเมืองเกี่ยวข้อง
ด้าน ศ.ภก.อาทร ริ้วไพบูลย์ ภาควิชาเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ต้นทุนทางการแพทย์และสาธารณสุข ระบุว่า แม้แนวคิดรวมศูนย์บริการจะมีเหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์ แต่ในทางปฏิบัติอาจมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องจำนวนมาก
เช่น ประวัติการก่อตั้งโรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่ ซึ่งบางแห่งตั้งขึ้นตามเส้นทางคมนาคมในอดีต หรือเกิดจากแรงสนับสนุนของชุมชนและผู้บริจาค
นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างบริการอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางการเมืองและการยอมรับของประชาชนในพื้นที่ จึงไม่สามารถดำเนินการได้โดยใช้เหตุผลด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียว
“การรวมศูนย์บริการต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐศาสตร์ แต่รวมถึงบริบทพื้นที่และความยอมรับของสังคม” ศ.ภก.อาทร กล่าว
◤ เสนอพัฒนาระบบ costing ระดับประเทศ สร้างมาตรฐานข้อมูลต้นทุน
ศ.ภก.อาทร เสนอว่า หากต้องการให้ระบบต้นทุนโรงพยาบาลพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 5 ปี จำเป็นต้องสร้างมาตรฐานกลางด้านการคำนวณต้นทุน (costing) เพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้กำหนดนโยบายได้
ที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยมีการศึกษาต้นทุนบริการสุขภาพหลายครั้ง แต่ยังขาดหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบการพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
เขาเสนอให้มีองค์กรหรือกลไกถาวรที่ทำหน้าที่พัฒนามาตรฐาน costing ร่วมกับหน่วยบริการ นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อให้เกิดการยอมรับร่วมกันในระบบ
“ต้นทุนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการกำหนดราคา (pricing) แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากไม่มีมาตรฐานต้นทุนที่ได้รับการยอมรับ ระบบก็จะเผชิญข้อถกเถียงแบบเดิมซ้ำไปมา”
◤ ชี้โจทย์อนาคต ออกแบบโครงสร้างบริการให้สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการเข้าถึง
สรุปคือ ขนาดและที่ตั้งของโรงพยาบาลมีผลต่อต้นทุนจริง โดยเฉพาะในบริการที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
แต่ การปรับโครงสร้างบริการต้องรักษาสมดุลระหว่าง
• ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์
• ความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ
• ความยั่งยืนทางการเงินของระบบสุขภาพ
ข้อเสนอสำคัญจากเวทีคือ การพัฒนาฐานข้อมูลต้นทุนที่มีมาตรฐานระดับประเทศ และการพิจารณารูปแบบเครือข่ายบริการหรือคลัสเตอร์ในบางสาขา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่กระทบการเข้าถึงบริการของประชาชนในระยะยาว
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์ #ThaiPBS

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น