ปลัด สธ.แจงจัดสรร “แพทย์ใช้ทุน” ปี 69 ปรับระบบใหม่ให้เลือกพื้นที่ขาดแคลนก่อน

เผยมีแพทย์ขึ้นเลือกพื้นที่ขาดแคลนแล้วกว่า 180 คน ชี้เป็นแนวทางลดปัญหาลาออกหลังใช้ทุน ยอมรับบาง รพ.ได้อินเทิร์นน้อย แต่เปิดทางจ้างแพทย์เพิ่มเองได้



วันนี้ (14 พ.ค. 69) นพ.สมกฤษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ หลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ ถึงการจัดสรรแพทย์ใช้ทุน ประจำปี 2569 ว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่กระทรวงสาธารณสุขปรับระบบการจัดสรรแพทย์ใช้ทุนใหม่ โดยให้นักศึกษาแพทย์สามารถเลือกไปปฏิบัติงานในพื้นที่ขาดแคลนก่อน เพื่อแก้ปัญหาการกระจุกตัวของแพทย์ และเพิ่มโอกาสให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนบุคลากรได้รับแพทย์มากขึ้น


ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันดังกล่าวเป็นวันเริ่มต้นกระบวนการจับฉลากและเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานของแพทย์ใช้ทุน โดยมีตำแหน่งในพื้นที่แข่งขันทั้งหมดกว่า 200 ตำแหน่ง ซึ่งขณะนี้มีแพทย์ขึ้นเลือกพื้นที่แล้วประมาณ 180 คน และคาดว่าในช่วงเช้ายังจะมีผู้เลือกเพิ่มเติมอีก แม้ตัวเลขยังไม่สูงมากนัก แต่ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการให้แพทย์อาสาไปช่วยพื้นที่ขาดแคลน


“ปีนี้เป็นปีแรกที่เราปรับระบบให้น้องเลือกก่อน ในพื้นที่ที่แข่งขันกัน ซึ่งมีทั้งหมดกว่า 200 ตำแหน่ง ตอนนี้มีน้องขึ้นไปเลือกประมาณ 180 คน เข้าใจว่าเช้ายังมีเพิ่มอีก ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ที่อยากให้น้องอาสาไปช่วยพื้นที่ขาดแคลน เพื่อลดปัญหาการลาออกหลังใช้ทุน” นพ.สมกฤษ์ กล่าว


◤ ชี้แพทย์จบปีละ 2,500-2,800 คน แต่จัดสรรเข้าระบบได้ราว 1,600 คน


เมื่อถูกถามถึงกรณีโรงพยาบาลบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ได้รับการจัดสรรแพทย์อินเทิร์นเพียง 1 คน หรือบางแห่งไม่ได้รับเลย ทั้งที่มีภาระงานสูงอยู่แล้ว นพ.สมกฤษ์ กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีแพทย์จบใหม่ประมาณ 2,500-2,800 คน แต่เข้าสู่ระบบจัดสรรของกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 1,600 คน ซึ่งต้องกระจายไปทั่วประเทศ


ที่ผ่านมา ระบบเดิมใช้วิธีให้แพทย์ทั้งหมดจับฉลากและเลือกสถานที่ตามความต้องการ ทำให้คนที่เลือกท้ายสุดมักต้องไปในพื้นที่ที่ไม่มีใครเลือก แต่ปีนี้กระทรวงฯ ปรับวิธีใหม่ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีจำนวนแพทย์น้อยก่อน


“เดิม 1,600 คน จะแยกกันจับฉลาก แล้วทุกคนก็เลือกในที่ที่อยากไป คนสุดท้ายก็ต้องไปในที่ที่ไม่มีคนเลือก แต่ปีนี้เราปรับใหม่ โดยให้พื้นที่ที่มีจำนวนน้อยได้ก่อน” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว


อย่างไรก็ตาม หลังจากมีแพทย์เลือกพื้นที่ขาดแคลนประมาณ 180 คนแล้ว ยังเหลือแพทย์อีกเกือบ 1,400 คน ที่จะเข้าสู่ระบบจัดสรรตามตำแหน่งที่กำหนดไว้


◤ เปิดทางโรงพยาบาลจ้างแพทย์เพิ่ม หลังจัดสรรไม่พอ


สำหรับโรงพยาบาลที่ได้รับการจัดสรรแพทย์ไม่เพียงพอ และต้องการจ้างแพทย์เพิ่มเติม นพ.สมกฤษ์ ระบุว่า หลังเสร็จสิ้นกระบวนการจัดสรรแพทย์ใช้ทุน กระทรวงฯ จะเปิดให้โรงพยาบาลสามารถจ้างแพทย์เพิ่มเติมได้ ทั้งแพทย์จากภาคเอกชนและแพทย์ต่างประเทศ เพื่อช่วยเติมกำลังคนในระบบ


“หลังจากจับฉลากเสร็จ เราจะอนุมัติให้โรงพยาบาลสามารถจ้างแพทย์เพิ่มได้ เพื่อเตรียมกำลังคนเข้าระบบ” นพ.สมกฤษ์ กล่าว


เมื่อถูกถามว่าการจ้างแพทย์เพิ่มเติมจำเป็นต้องใช้เงินของโรงพยาบาลเองหรือไม่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยอมรับว่า ส่วนใหญ่โรงพยาบาลต้องใช้งบประมาณของตนเองในการบริหารจัดการ


◤ รับมีแพทย์ไหลเข้าสังกัด กทม. มากขึ้น


นพ.สมกฤษ์ ยังกล่าวถึงข้อสังเกตที่ว่า แม้ประเทศไทยผลิตแพทย์เพิ่มขึ้นทุกปี แต่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกลับได้รับการจัดสรรแพทย์ลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีเสียงสะท้อนว่ากรุงเทพมหานครเริ่มดึงแพทย์ออกจากระบบกระทรวงสาธารณสุขมากขึ้น


ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยอมรับว่า ปัจจุบันมีแพทย์ส่วนหนึ่งสมัครเข้าทำงานกับกรุงเทพมหานครจริง หลังจบจากสังกัดกระทรวงสาธารณสุข


“เข้าใจว่าหมอที่บรรจุเข้าไปใน กทม. ก็มีส่วน เพราะบางส่วนจบจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วไปสมัครในสังกัด กทม.” นพ.สมกฤษ์ กล่าว


◤ เผยหารือเขตสุขภาพต่อเนื่อง ย้ำปัญหาต้องจัดการระดับพื้นที่


เมื่อถูกถามว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ ได้สะท้อนปัญหาการได้รับจัดสรรแพทย์ไม่เพียงพอมายังกระทรวงโดยตรงหรือไม่ นพ.สมกฤษ์ กล่าวว่า กระทรวงฯ มีการหารือกับผู้บริหารเขตสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับผู้ตรวจราชการและผู้บริหารด้านบริการ โดยประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในเขตสุขภาพด้วย


“เราคุยกับเขตสุขภาพมาตลอด ทั้งเรื่องกำลังคนและบริการ ส่วนนี้คิดว่าเป็นประเด็นการจัดการของเขตด้วย เพราะกระทรวงก็มีการเช็กไปยังโรงพยาบาลก่อนจัดสรรแพทย์อยู่แล้ว” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว


◤ เตรียมใช้ระบบประเมินภาระงาน ช่วยกระจายแพทย์ระยะยาว


นพ.สมกฤษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขกำลังพัฒนาระบบและเครื่องมือประเมินภาระงานของโรงพยาบาล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกระจายแพทย์ให้แม่นยำมากขึ้น แทนการใช้เพียงระบบจับฉลากแบบเดิม


“ที่ผ่านมาเราใช้การจับฉลาก โดยที่บางครั้งไม่ได้ดูความต้องการจริงของพื้นที่มากพอ แต่เมื่อมีเครื่องมือแล้ว จะต้องดูความต้องการให้แม่นขึ้น คิดว่าในอีก 2 ปี ระบบจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น” นพ.สมกฤษ์ กล่าว



◤ เคียงข่าว : สธ.จัดสรร “แพทย์-ทันตแพทย์ใช้ทุน” กว่า 900 ราย เริ่มทำงาน 18 พ.ค.นี้


กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดสรรพื้นที่ปฏิบัติงานชดใช้ทุนสำหรับแพทย์และทันตแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ประจำปี 2569 จำนวน 914 ราย ผ่านระบบจับสลากออนไลน์ พร้อมเริ่มปฏิบัติงานวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ใน 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ


นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การจัดสรรครั้งนี้แบ่งเป็น แพทย์ 491 ราย และทันตแพทย์ 423 ราย โดยเขตสุขภาพที่มีความต้องการกำลังคนสูงสุด ได้แก่


-เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 220 อัตรา

-เขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 183 อัตรา

-เขตสุขภาพที่ 9 จำนวน 143 อัตรา


ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางจัดสรรแพทย์ระยะ 3 ปี เพื่อลดปัญหาพื้นที่ขาดแคลนแพทย์ โดยใช้มาตรการจูงใจ ทั้งค่าตอบแทน การศึกษาต่อ และสวัสดิการ รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระงานของบุคลากร


สำหรับพื้นที่ขาดแคลนที่กระทรวงฯ ต้องการดึงดูดแพทย์เข้าไปปฏิบัติงาน เช่น ศรีสะเกษ บึงกาฬ หนองบัวลำภู ยโสธร อุดรธานี ตาก และกำแพงเพชร จะมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ


-ค่าเวรห้องฉุกเฉินเพิ่ม 2 เท่า

-สิทธิศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทาง

-ระบบสะสมเครดิตทำงานในพื้นที่ขาดแคลน เพื่อใช้สมัครเรียนต่อเฉพาะทาง

-ค่าตอบแทนเพิ่มสำหรับพื้นที่ภาระงานสูง

-สิทธิเป็นกลุ่มหลักในการคัดเลือกเข้าเรียนต่อในสาขาที่กระทรวงทำข้อตกลงกับราชวิทยาลัย เช่น อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ และสูตินรีเวช


ด้าน นพ.ดิเรก สุดแดน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภาพรวมปีนี้มีแพทย์และทันตแพทย์ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุนที่จะเริ่มปฏิบัติงานรวมประมาณ 2,234 ราย แบ่งเป็น แพทย์ 1,808 ราย และทันตแพทย์ 426 ราย


ส่วนกลุ่มที่เข้าระบบจับสลากออนไลน์ในวันที่ 14 พฤษภาคม มีจำนวน 914 ราย โดยดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ 4 รอบ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก และมีตัวแทนนักศึกษาแพทย์-ทันตแพทย์ร่วมสังเกตการณ์ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมในการจัดสรรพื้นที่ปฏิบัติงาน.


#เก็บตกจากวชิรวิทย์ #นักข่าวสาธารณสุข #ThaiPBS 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต่อคิวรอเข้า ”บ้านบางแค“ ทะลุ 6,000 คน สะท้อนแรงกดดันสังคมสูงวัย

“ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ลองจัดดูก่อน” สภาการพยาบาล แจงปม ปรับเกณฑ์เวลาทำงานไม่เกิน 12 ชม.

“โรงพยาบาลท่าตูม” แนวรับด่านใหม่ – รองรับผู้ป่วยชายแดนกว่า 170 ราย หลัง รพ.แนวปะทะต้องปิดบริการ