“หมอกล้วย” ชี้ปมประกาศทันตแพทยสภาสะดุดทางเทคนิค ย้ำต้องคืนบทบาทรักษาให้ทันตาภิบาล

 “หมอกล้วย” ชี้ปมประกาศทันตแพทยสภาสะดุดทางเทคนิค ย้ำต้องคืนบทบาทรักษาให้ทันตาภิบาล หนุนตั้งตำแหน่ง “นักอนามัยช่องปาก” เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ หวั่นตัดบทบาทบริการกระทบประชาชน – ทันตแพทย์มีเพียง 6,000 คน ขณะที่ทันตาภิบาลเป็นกำลังหลักด่านหน้าใน รพ.สต.


วันนี้ (1 พ.ค. 69) ทพ.วีระ อิสระธานันท์ หรือ “หมอกล้วย” แอดมินเพจ Doctor กล้วย เปิดเผย #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ถึงกรณีข้อถกเถียงเกี่ยวกับร่างประกาศมาตรฐานวิชาชีพด้านทันตสาธารณสุข ว่า จุดตั้งต้นของเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาจะลดทอนบทบาทของทันตาภิบาล แต่เกิดจากความพยายามผลักดันให้บุคลากรกลุ่มนี้มีเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานที่ชัดเจนมากขึ้น


ปัจจุบัน ทันตาภิบาลส่วนใหญ่ยังอยู่ในตำแหน่งประเภททั่วไปหรือสายปฏิบัติงาน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความก้าวหน้าในวิชาชีพ แตกต่างจากสายวิชาการ ทำให้กระทรวงสาธารณสุขพยายามหาแนวทางยกระดับตำแหน่ง เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรกลุ่มนี้เติบโตในเส้นทางวิชาชีพได้มากขึ้น


◤ ดันตำแหน่งใหม่ รองรับหลักสูตรปริญญา 4 ปี


หมอกล้วยกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรี 4 ปี เพื่อผลิตบุคลากรด้านทันตสาธารณสุข แต่แม้จะมีวุฒิการศึกษาสูงขึ้น บุคลากรเหล่านี้กลับยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสายวิชาการได้ เนื่องจากสำนักงาน ก.พ. ยังไม่ได้กำหนดตำแหน่งรองรับ


ด้วยเหตุนี้ จึงมีความพยายามเสนอให้จัดตั้งตำแหน่งใหม่ในสายวิชาการ คือ “นักอนามัยช่องปาก” เพื่อรองรับทันตาภิบาลและบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรดังกล่าว


“เป้าหมายสำคัญคือการเปิดทางให้น้อง ๆ มีความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ สามารถเติบโตในแท่งวิชาการได้” หมอกล้วยกล่าว


◤ ความคลาดเคลื่อนทางเทคนิค จุดชนวนข้อกังวล


อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการเสนอเรื่องต่อสภาวิชาชีพ ได้เกิดความคลาดเคลื่อนในรายละเอียด โดยมีการนำเสนอกรอบสมรรถนะ (Competency) ของตำแหน่งใหม่ แต่กลับเกิดข้อถกเถียงเมื่อมีบางฝ่ายเสนอให้ตัดบทบาทด้านการให้บริการรักษาออกทั้งหมด


ประเด็นนี้สร้างความกังวลอย่างมากในหมู่ทันตาภิบาล เนื่องจากบทบาทการให้บริการรักษาขั้นพื้นฐานถือเป็นภารกิจหลักที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหน่วยบริการปฐมภูมิและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)


◤ ทันตาภิบาลคือกำลังหลักด่านหน้า


หมอกล้วยย้ำว่า ปัจจุบันทันตแพทย์ในระบบกระทรวงสาธารณสุขมีเพียงประมาณ 6,000 คน ซึ่งไม่เพียงพอรองรับความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ


ในขณะที่ทันตาภิบาลทำหน้าที่เป็นกำลังสำคัญในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะใน รพ.สต. ครอบคลุมงานส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และให้บริการทันตกรรมขั้นพื้นฐาน เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟันในกรณีไม่ซับซ้อน


“หากตัดบทบาทด้านการรักษาออกไป จะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เขากล่าว


◤ ทันตแพทยสภา ชะลอประกาศ ตั้งทีมหารือใหม่


หลังเกิดกระแสคัดค้าน ทันตแพทยสภา ได้มีมติชะลอการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปก่อน พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง


หมอกล้วยระบุว่า ตนเองน่าจะได้รับการแต่งตั้งให้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานชุดนี้ เพื่อหารือกับสภาทันตแพทย์และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง


“โจทย์สำคัญมีเพียงเรื่องเดียว คือการนำสมรรถนะเดิมกลับเข้าไป เพื่อคงบทบาทด้านการให้บริการรักษาของทันตาภิบาลไว้ตามเดิม” เขากล่าว


◤ หากผ่าน ก.พ. จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิชาชีพ


หมอกล้วยอธิบายว่า หากตำแหน่ง “นักอนามัยช่องปาก” ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.พ. จะถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพทันตาภิบาล


ตำแหน่งดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้บุคลากรกลุ่มนี้มีเส้นทางความก้าวหน้าที่สูงขึ้น ทั้งในหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


โดยเฉพาะในช่วงที่ รพ.สต. หลายแห่งถูกถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หากมีตำแหน่งสายวิชาการนี้เกิดขึ้น อบจ. ก็จะสามารถกำหนดตำแหน่งรองรับบุคลากรได้อย่างชัดเจน


◤ หากตำแหน่งไม่เกิด ทันตาภิบาลยังติดอยู่ในแท่งปฏิบัติการ


ในทางกลับกัน หากไม่สามารถผลักดันตำแหน่งดังกล่าวได้ ทันตาภิบาลก็จะยังคงอยู่ในตำแหน่งเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข ซึ่งเป็นสายปฏิบัติงานเช่นเดิม ส่งผลให้ข้อจำกัดด้านความก้าวหน้าในวิชาชีพยังคงอยู่ต่อไป


“นี่ไม่ใช่การสร้างตำแหน่งใหม่เพื่อคนกลุ่มอื่น แต่เป็นการสร้างตำแหน่งเพื่อรองรับทันตาภิบาลโดยตรง เพราะไม่มีหลักสูตรอื่นที่จะมารองรับตำแหน่งนี้” หมอกล้วยกล่าว


◤ ย้ำเป้าหมายคือพัฒนาวิชาชีพ ไม่ใช่ลดบทบาท


หมอกล้วยยืนยันว่า ความพยายามทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อยกระดับวิชาชีพทันตาภิบาล ให้มีความมั่นคงและมีโอกาสเติบโตมากขึ้น โดยยังคงบทบาทสำคัญในการให้บริการประชาชนเช่นเดิม


ทั้งนี้ เชื่อว่าหากทุกฝ่ายสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ จะนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการทันตสาธารณสุขที่เข้มแข็งขึ้น และสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งบุคลากรและประชาชนในระยะยาว.


#นักข่าวสาธารณสุข #ThaiPBS #เก็บตกจากวชิรวิทย์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต่อคิวรอเข้า ”บ้านบางแค“ ทะลุ 6,000 คน สะท้อนแรงกดดันสังคมสูงวัย

“ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ลองจัดดูก่อน” สภาการพยาบาล แจงปม ปรับเกณฑ์เวลาทำงานไม่เกิน 12 ชม.

“โรงพยาบาลท่าตูม” แนวรับด่านใหม่ – รองรับผู้ป่วยชายแดนกว่า 170 ราย หลัง รพ.แนวปะทะต้องปิดบริการ