บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ หาดใหญ่

ชาวชุมชนหาดใหญ่ยังรอเงินซ่อมบ้าน 4.9 หมื่นบาท หลังน้ำท่วมผ่านไปแล้ว 3 เดือน

รูปภาพ
  พบเดือดร้อนหนัก! กระทบสุขภาพจิต ต้องกู้หนี้-อาศัยบ้านคนอื่น “นักวิชาการ” ชี้เหตุจาก กกต.ไม่อนุมัติงบฟื้นฟู ติดเลือกตั้ง รัฐบาลรัฐบาลการณ์ ขณะที่ภาคธุรกิจจัดกิจกรรมช่วง #ตรุษจีน     ฟื้นภาพลักษณ์เมือง แต่ยอมรับร้านค้ายังฟื้นตัวไม่เท่ากัน วอนภาครัฐเร่งเยียวยา สร้างมาตรการป้องกันน้ำท่วมซ้ำ คืนความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ​​​​​​​​​​​​​​​​     วันนี้ 17 ก.พ. 69 ผ่านมาเกือบ 3 เดือนหลังน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวชุมชนป้อม 6 จำนวนมากยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้าน 49,000 บาท ทำให้หลายครัวเรือนต้องเช่าบ้านอยู่ชั่วคราว กู้หนี้ยืมสิน ท่ามกลางรายได้ที่ลดลง กันยา ทองคำ ชาวชุมชนป้อม 6 เปิดเผยว่า แม้จะได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้น 9,000 บาท แต่ไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมบ้าน ทำให้ครอบครัว 7 คน ต้องกระจัดกระจายไปอาศัยอยู่บ้านผู้อื่นและเช่าบ้าน สร้างภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม “ได้เงินมาเราก็ต้องกินต้องใช้ก่อน ช่วงนั้นไม่มีงานทำ บ้านก็เลยยังไม่ได้ซ่อม เพราะเงินแค่ 9,000 บาทมันทำอะไรไม่ได้” เธอกล่าว กันยาระบุว่า มีการประเม...

“ศ.นพ.วีระศักดิ์” ชี้ต้องฟื้น ‘รพ.หาดใหญ่’ ด่วน หลังน้ำลด กันระบบสาธารณสุขภาคใต้ตอนล่างล่มต่อเนื่อง

รูปภาพ
ประธานหลักสูตรระบาดวิทยาฯ ม.อ.  เตือน หากไฟ–ประปา–ระบบออกซิเจนไม่กลับมาเร็ว ผู้ป่วยจะถูกดันเข้า รพ.สงขลานครินทร์ จนระบบล้น ระบุไม่จำเป็นต้องตั้งโรงพยาบาลสนาม เหตุไม่ใช่โรคระบาด ชี้ควรเร่งฟื้นฟูหน่วยบริการในพื้นที่ให้กลับมาทำงานเร็วที่สุด เตือน 3 โรคหลังน้ำลด—ท้องร่วง–ฉี่หนู–ไข้เลือดออก พร้อมกำชับดูแลสุขภาพจิตผู้ประสบภัย  วันที่ 29 พ.ย.​68 ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ประธานหลักสูตรสาขาวิชาระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้สัมภาษณ์ The Active ถึงสถานการณ์ฟื้นฟูระบบสาธารณสุขในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่หลังน้ำลดว่า สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดคือ  การฟื้นฟูระบบบริการสาธารณสุขของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่ถูกน้ำท่วมให้กลับมาทำงานได้เร็วที่สุด  เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยต้องถูกส่งต่อมายังโรงพยาบาลใหญ่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์เพียงแห่งเดียวในพื้นที่ที่ยังให้บริการได้ตามปกติ ศ.นพ.วีระศักดิ์ ระบุว่า ในระยะเฉพาะหน้า ผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมากจำเป็นต้องถูกส่งเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลที่ยังปลอดภัย และมีระบบสาธารณูปโภคครบถ้วน ซึ่งขณะนี้คือโรงพ...

นพ.ชลน่าน ชี้หลังน้ำลดต้องมีระบบรองรับผู้ป่วยเป็นแสน

รูปภาพ
 นพ. ชลน่าน  ชี้หลังน้ำลดต้องมีระบบรองรับผู้ป่วยเป็นแสน – จวกจัดการศพสะเปะสะปะ แต่รัฐรีบประกาศเยียวยา เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 68 ที่งานประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าสถานการณ์หลังน้ำลดในอำเภอหาดใหญ่กำลังเข้าสู่ “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมหาศาล ซึ่งหลายคนแช่น้ำมา 4–5 วัน และถือว่าเป็น “ผู้ป่วยทั้งหมด” จึงจำเป็นต้องมีระบบการแพทย์ที่พร้อมรองรับล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ นพ.ชลน่านชี้ว่า เมื่อประชาชนเริ่มทยอยออกจากพื้นที่น้ำท่วม ตัวเลขผู้ป่วยอาจเพิ่มเป็น “หลักแสน” ทั้งจากโรคติดเชื้อ โรคน้ำกัดเท้า การติดเชื้อระบบหายใจ รวมถึงโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลด ดังนั้น ระบบสาธารณสุขต้องจัดเตรียมความพร้อมก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้น้ำลดแล้วค่อยเริ่มทำ เขาระบุว่า ควรมีการเตรียมโรงพยาบาลสนาม เครื่องมือแพทย์ ทีมแพทย์–พยาบาล รวมถึงแผนการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียง เพื่อกระจายภาระ ไม่ให้โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) แบกรับภาระเพียงลำพัง “คนเป็นแสนคือผู้ป่วยทั้งหมด ระบบต้องรองรับให้ได้ โรงพยาบาลสนาม เคร...

นพ.สุเทพ ชี้น้ำท่วมใต้ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” บุคลากรกลายเป็นผู้ประสบภัย

รูปภาพ
  นพ .สุเทพ เพชรมาก ชี้วิกฤตสาธารณสุขภาคใต้ “ซ้อนวิกฤต” แนะเร่งเสริมทีมภายนอก–ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าชุมชน นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ #เก็บตกจากวชิรวิทย์    เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 68 ที่งานประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ถึงสถานการณ์ระบบสาธารณสุขในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง หลังโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่และโรงพยาบาลโดยรอบได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ เนื่องจากโรงพยาบาลศูนย์ได้รับผลกระทบตรง ๆ ทำให้ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาระดับซับซ้อนไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ตามปกติ และโรงพยาบาลชุมชนเองก็ต้องส่งต่อมายังโรงพยาบาลที่ยังเปิดบริการได้เพียงบางส่วน ◤ บุคลากรด่านหน้า  “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ต้องเสริมทีมจากภายนอก นพ.สุเทพ ระบุว่า เหตุการณ์นี้มีลักษณะคล้ายวิกฤตใหญ่ที่ไทยเคยเผชิญ เช่น สึนามิหรือสถานการณ์โควิด-19 ที่จำเป็นต้องระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนมาช่วยกัน แต่ความแตกต่างคือครั้งนี้  บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่เองก็เป็นผู้ประสบภัย  บ้านเรือนครอบครัวได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันก็ยังต้องให้บริการประชาชน “เขาเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต ครอบครัวเขาก็โดนผลกระทบ ...