เกือบตัดสินใจปิดคลินิกฯ หลังขาดทุนหนัก แต่ยังยืนหยัดเพื่อคนคลองเตย
สปสช. เล็งยก “ชุมชนคลองเตย” เป็นพื้นที่วิจัยพัฒนาบริการสุขภาพเขตเมือง หลังเจ้าของคลินิกชุมชนอบอุ่นชุมชนคลองเตย เผย! เกือบตัดสินใจปิดกิจการเพราะขาดทุนหนัก ขณะที่หน่วยบริการก็ไม่เพียงพอความต้องการ ด้าน “เลขาฯ สปสช. ” ยืนยัน พร้อมช่วยดูแลการเบิกจ่ายเพื่อให้คลินิกมีรายได้เพียงพอ และเป็นที่พึ่งของคนในชุมชน
วันที่ 1 ก.พ. 2567 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงพื้นที่ คลินิกเวชกรรมอารีรักษ์ ตั้งอยู่ที่ชุมชนคลองเตย ล็อก 4-5-6 เขตคลองเตย กทม. ที่นี่เป็นคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมเป็นคลินิกชุมชนอบอุ่นในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดของ กทม. ดูแลประชากรสิทธิบัตรทอง 9,991 คน จากจำนวนประชากรสิทธิบัตรทองในเขตคลองเตยทั้งหมด 49,665 คน
นพ.จเด็จ บอกว่า ชุมชนคลองเตยเป็นชุมชนแออัดที่มีกลุ่มเปราะบางค่อนข้างมาก การมาเยี่ยมชมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อดูว่าคลินิกชุมชนอบอุ่นจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร และอีกด้านคือทำอย่างไรให้คลินิกมีรายได้ที่เพียงพอที่จะอยู่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้จากการหารือมีข้อสรุปร่วมกันคือในชุมชนนี้ยังต้องมีคลินิกเพิ่มอีก ซึ่ง สปสช. จะร่วมกับ กทม. และมูลนิธิดวงประทีป ในการเชิญชวนคลินิกให้เข้ามาเปิดบริการเพิ่มเติม
อีกส่วนคือได้เห็นปัญหาว่าคลินิกนี้ทำงานเยอะมาก แต่ระบบการจ่ายเงินของ สปสช. ยังจ่ายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ยังมีหลายรายการที่คลินิกทำแล้วไม่ได้ส่งเบิก บางกิจกรรมทำแล้วเข้าใจว่าเบิกไม่ได้ โดยเฉพาะงานลงพื้นที่ทำเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน ที่ผ่านมาคลินิกทำโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทาง สปสช. ก็จะช่วยรายละเอียดในการเบิกจ่ายให้
นพ.จเด็จ บอกอีกว่า สปสช. จะผลักดันให้พื้นที่นี้ เป็นพื้นที่สำหรับการวิจัยและพัฒนารูปแบบบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่เฉพาะ มีการทำงานเชิงรุกค้นหาผู้ป่วยที่บ้านหรือคนที่กำลังจะป่วย แล้วทำเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพป้องกันโรค ถ้าทำแล้วคลินิกมีรายได้ที่พออยู่ได้ก็จะเป็นโมเดลแก่ชุมชนอื่นๆ ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าน่าจะเห็นกิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น
ด้าน ศรินทร สนธิศิริกฤตย์ เจ้าของคลินิกเวชกรรมอารีรักษ์ ยอมรับว่าเดิมทีตั้งใจจะปิดคลินิกในเดือนนี้ เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง เพราะมีต้นทุนค่ายาและค่าตอบแทนบุคลากรที่สูงเพื่อดึงดูดให้เข้ามาทำงานในพื้นที่และเพื่อคุณภาพการให้บริการที่ดี รวมทั้งการเบิกจ่ายค่าบริการซึ่งเบิกได้แค่ประมาณ 70% แต่เมื่อได้หารือกันก็มีความหวังว่าคลินิกจะยังอยู่และทำหน้าที่ช่วยประชาชนได้ต่อไปได้ เชื่อว่าสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ 100% จะทำให้คลินิกมีตัวเลขการขาดทุนที่น้อยมากและสามารถเปิดให้บริการได้ต่อไป
ขณะที่ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป บอกว่า หลังจากช่วงโควิด-19 แล้ว คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนนี้ลดลงไปมาก บางคนเป็นลองโควิด ป่วยติดบ้านติดเตียง มีปัญหาสุขภาพแทรกซ้อน และคนกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มเปราะบาง ต้องขอขอบคุณเลขาธิการ สปสช. ที่เข้ามาเยี่ยมชมและให้กำลังใจ รวมทั้งส่งเสริมให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำหรับการวิจัยและพัฒนา และหวังว่าจะเป็นต้นแบบแก่ชุมชนแออัดในเขตอื่นๆ ในการดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเปราะบางให้มีความเป็นอยู่ที่ดี


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น