สปสช.เผยแนวทางขยายบัตรทองสู่ผู้ประกันตน

นพ.จเด็จ ยัน พร้อมขยายสิทธิบัตรทองให้ผู้ประกันตน หากคณะกรรมการประกันสังคมเห็นชอบ ย้ำงบประมาณเป็นขั้นตอนต่อไป เน้นพิจารณาประโยชน์ประชาชนก่อน 




เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผย #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ถึงผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และคณะกรรมการประกันสังคม ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ที่ผ่านมาและนัดหมายประชุมอีกครั้งวันที่ 24 ต.ค.ที่จะถึงนี้ว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปตาม มาตรา 10 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองคณะกรรมการเจรจาความร่วมมือด้านสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาล


นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในหลักการ หากพิจารณาตาม มาตรา 5 ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพ ทุกคนย่อมมีสิทธิในระบบบัตรทอง แต่ มาตรา 10 กำหนดเพิ่มเติมว่า ผู้ประกันตนตามระบบประกันสังคมยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ที่กองทุนประกันสังคมกำหนดไว้ด้วย หมายความว่าผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิ์จากทั้งสองระบบ ไม่ใช่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น การตีความที่ถูกต้องคือ “ผู้ประกันตนต้องได้ทั้งสองสิทธิ”


“ขณะนี้ สปสช. จะนำเสนอสิทธิประโยชน์ของระบบบัตรทองให้คณะกรรมการประกันสังคมพิจารณาว่าพร้อมจะขยายสิทธิประโยชน์นั้นไปสู่ผู้ประกันตนหรือไม่ ตัวอย่างเช่น บางสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมีอยู่แล้ว แต่บางอย่างยังไม่มี เช่น การรับยาจากร้านยา หากประกันสังคมเห็นว่าพร้อม สปสช. ก็พร้อมจะประกาศขยายสิทธิประโยชน์นี้ให้ผู้ประกันตน ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย” นพ.จเด็จ กล่าว


เลขาธิการ สปสช. ย้ำว่า สิทธิประโยชน์บางเรื่องยังคงเป็นหน้าที่ของประกันสังคมโดยเฉพาะ เช่น การตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอาชีพในโรงงาน ขณะที่บางสิทธิประโยชน์ เช่น ทันตกรรม ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ หากพร้อมที่จะขยายสิทธิในระบบบัตรทองไปสู่ผู้ประกันตน


สำหรับข้อกังวลด้านงบประมาณ นพ.จเด็จ ระบุว่า ตามกฎหมาย การจัดสรรงบประมาณขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างคณะกรรมการประกันสังคมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นควรพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณจะเป็นขั้นตอนต่อไป


“ผมมองว่าการประชุมครั้งนี้เป็นพัฒนาการที่สำคัญ (movement) เพราะทำให้เกิดความเข้าใจชัดเจนมากขึ้นว่า ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการทำให้ผู้ประกันตนได้รับทั้งสองสิทธิ นี่คือสาระสำคัญของมาตรา 10” นพ.จเด็จ กล่าว


ทั้งนี้ เลขาธิการ สปสช. ย้ำว่า สิทธิพื้นฐานตามมาตรา 5 เป็นหน้าที่ที่ สปสช. ต้องดำเนินการโดยตรง ไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากกองทุนอื่น ส่วนการขยายสิทธิไปสู่ผู้ประกันตนภายใต้มาตรา 10 ต้องเป็นผลจากการเจรจาตกลงร่วมกันของทั้งสองคณะกรรมการ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต่อคิวรอเข้า ”บ้านบางแค“ ทะลุ 6,000 คน สะท้อนแรงกดดันสังคมสูงวัย

“ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ลองจัดดูก่อน” สภาการพยาบาล แจงปม ปรับเกณฑ์เวลาทำงานไม่เกิน 12 ชม.

“โรงพยาบาลท่าตูม” แนวรับด่านใหม่ – รองรับผู้ป่วยชายแดนกว่า 170 ราย หลัง รพ.แนวปะทะต้องปิดบริการ