รัฐมนตรีพัฒนา “ยังไม่ปักธง” แก้ พ.ร.บ.บัตรทอง

 รัฐมนตรีพัฒนา “ยังไม่ปักธง” แก้ พ.ร.บ.บัตรทอง ขณะ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทย เดินหน้าเสนอรื้อกฎหมาย–แยกเงินเดือน สะท้อนรอยต่อการเมืองกับนโยบายสุขภาพ?




การดีเบตเชิงนโยบายในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ทำให้ประเด็น การแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (พ.ร.บ.บัตรทอง) กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะข้อเสนอจากพรรคการเมืองบางพรรค รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ที่เสนอให้ “แยกเงินเดือนบุคลากรสาธารณสุขออกจากกองทุนบัตรทอง” พร้อมแนวคิดทบทวนโครงสร้างการบริหารกองทุน


อย่างไรก็ตาม ท่าทีของฝ่ายบริหารกระทรวงสาธารณสุขกลับยังไม่สะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนในประเด็นนี้


จากการให้สัมภาษณ์ของ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อเสนอแก้กฎหมายดังกล่าว รัฐมนตรีระบุเพียงว่า “ยังไม่ได้มองอย่างไร” และเห็นว่า “รายละเอียดยังน้อยเกินไปที่จะให้ความเห็น” พร้อมย้ำว่าไม่ขอพูดในมิติทางการเมือง


ท่าทีดังกล่าวสะท้อนภาพของรัฐมนตรีที่ยังไม่ “ปักธง” ต่อข้อเสนอการแก้ พ.ร.บ.บัตรทอง แม้จะเป็นนโยบายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาดีเบตอย่างเปิดเผยในเวทีการเมือง และถูกผลักดันในนามพรรคการเมืองเดียวกับที่รัฐมนตรีสังกัดอยู่


พรรคเดินหน้า–รัฐมนตรียังชะลอ


เมื่อถูกถามถึงการสื่อสารภายในพรรค หลัง นพ. เอกภพ เพียรพิเศษ  ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นบุคคลในพรรคออกมานำเสนอแนวคิดแก้ พ.ร.บ.บัตรทองต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายพัฒนายอมรับว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเพื่อกำหนดจุดยืนร่วมกัน และยังไม่ทราบชัดเจนว่าจุดยืนของพรรคในรายละเอียดคืออะไร 


“แก้ต้องเยอะใช่ไหม แล้วจะแก้อย่างไร แก้แบบไหน ผมก็ยังไม่รู้” เป็นคำตอบที่สะท้อนช่องว่างระหว่างการขับเคลื่อนเชิงการเมืองของพรรค กับบทบาทเชิงนโยบายของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงโดยตรง


ในเชิงนโยบายสาธารณสุข การแก้ไข พ.ร.บ.บัตรทองถือเป็นประเด็นอ่อนไหว เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งโครงสร้างการบริหารกองทุน ระบบการเงินการคลังสุขภาพ และความมั่นคงของสิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชนกว่า 47 ล้านคน การที่ฝ่ายบริหารยังไม่แสดงท่าทีชัดเจน จึงอาจสะท้อนความระมัดระวังต่อผลกระทบเชิงระบบ มากกว่าการขับเคลื่อนตามจังหวะการเมือง




คำถามหลังเลือกตั้ง ใครกำหนดทิศทางบัตรทอง


ท่าที “ยังไม่รู้–ยังไม่ชัด–ยังไม่เห็นรายละเอียด” ของรัฐมนตรีสาธารณสุข อาจไม่ใช่การปฏิเสธการแก้กฎหมายโดยตรง แต่ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หลังการเลือกตั้งแล้ว ทิศทางการปฏิรูประบบบัตรทองจะถูกกำหนดโดยใคร ระหว่างฝ่ายการเมืองที่เสนอแนวคิดในเวทีหาเสียง กับฝ่ายบริหารที่ต้องรับผิดชอบผลกระทบเชิงนโยบายในทางปฏิบัติ


ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองและระบบสุขภาพ คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียง “แก้หรือไม่แก้” พ.ร.บ.บัตรทอง แต่คือ “ใครเป็นคนปักธง” และจะปักธงนั้นบนฐานข้อมูล หลักวิชาการ และความมั่นคงของระบบหลักประกันสุขภาพมากน้อยเพียงใด


#เก็บตกจากวชิรวิทย์ #นักข่าวสาธารณสุข #ThaiPBS

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัตรทอง ใช้งบผิดทาง ปลายปิดกับรพ.ใหญ่ ปลายเปิดกับร้านยา

“โรงพยาบาลท่าตูม” แนวรับด่านใหม่ – รองรับผู้ป่วยชายแดนกว่า 170 ราย หลัง รพ.แนวปะทะต้องปิดบริการ

หวั่น ‘รพ.รัฐ’อาจถูก สปสช. เรียกเงินคืน 4,000 ล้าน เตรียมรับผลกระทบการรักษา