พญ.กุมารฯ ม.อ.ชี้ เด็กใต้เสี่ยง “IPD” แม้เคสน้อย จี้รัฐให้วัคซีนถ้วนหน้า ไม่ควรจำกัดแค่นำร่องพื้นที่เสี่ยง

เตือนเชื้อก่อโรครุนแรงถึงขั้นพิการ-เสียชีวิต ข้อมูลไทยอาจต่ำกว่าความจริงเพราะเพาะเชื้อไม่ขึ้น ชี้วัคซีนมีหลักฐานทั่วโลกรองรับ คุ้มค่ากว่ารักษา



จากกรณีคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมตินำร่องการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง (IPD) เฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ทำให้เกิดข้อถกเถียงในวงการกุมารเวชศาสตร์ถึงความเหมาะสมของแนวทางดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งรวมจังหวัดสงขลา แม้จำนวนผู้ป่วยตามรายงานอาจไม่สูง แต่ยังถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงในเด็กเล็ก


วันนี้ (18 ก.พ. 69) ศ.พญ.กมลวิช เลาประสพวัฒนา อาจารย์สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้สัมภาษณ์ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง (IPD) ในพื้นที่ภาคใต้ว่า โรคดังกล่าวเป็นการติดเชื้อที่ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรือระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเสียชีวิตหรือพิการถาวรได้




◤ เคสหนักในศูนย์ส่งต่อ พบต่อเนื่อง แม้ตัวเลขรายงานไม่สูง


ศ.พญ.กมลวิช กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทำหน้าที่เป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยเด็กจากหลายจังหวัดในภาคใต้ จึงมักพบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเป็นหลัก โดยจากประสบการณ์พบเด็กเล็กที่ไม่ได้รับวัคซีน ป่วยด้วยอาการซึม ชัก และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แม้สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ แต่กลับมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สูญเสียการได้ยินและมีปัญหาด้านพัฒนาการพูด


“มีเด็กอายุเพียง 7 เดือน ไม่ได้ฉีดวัคซีน มาด้วยอาการชักและซึม สุดท้ายพิการ สูญเสียการได้ยิน และมีปัญหาการพูด ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก” ศ.พญ.กมลวิช กล่าว


นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยเด็กอายุ 3 ปี ที่มีภาวะปอดอักเสบรุนแรงจนต้องผ่าตัดและสูญเสียเนื้อปอดบางส่วน ซึ่งแพทย์เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเชื้อนิวโมคอคคัสเช่นกัน


◤ ตัวเลขไทยอาจต่ำกว่าความจริง 10 เท่า เพราะเพาะเชื้อไม่ขึ้น


อาจารย์กุมารแพทย์รายนี้อธิบายว่า ข้อมูลอุบัติการณ์ IPD ในประเทศไทยอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากเด็กจำนวนมากได้รับยาปฏิชีวนะก่อนเข้ารับการตรวจ ทำให้ไม่สามารถเพาะเชื้อขึ้นได้ แม้มีการติดเชื้อรุนแรงจริง


“หลายครั้งเด็กได้รับยาฆ่าเชื้อมาก่อน ทำให้เพาะเชื้อไม่ขึ้น แต่จริง ๆ แล้วอาจมีการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือสมองอยู่ จึงทำให้สถิติในไทยดูต่ำ แต่ความจริงอาจมากกว่านั้นหลายเท่า” ศ.พญ.กมลวิช ระบุ


หากอ้างอิงอัตราป่วยที่มีรายงานในเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4 ต่อแสนประชากร เมื่อคำนึงถึงปัญหาการตรวจพบต่ำกว่าความจริง อาจหมายถึงภาระโรคที่สูงกว่าตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ


◤ ภาระโรคสูงในผู้ป่วยปอดบวมเด็ก ต้องนอนโรงพยาบาลหลักร้อยรายต่อปี


ศ.พญ.กมลวิช กล่าวอีกว่า ในแต่ละปีพบผู้ป่วยเด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลด้วยภาวะปอดบวมหลักร้อยราย และคาดว่าประมาณ 20% มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อนิวโมคอคคัส โดยในรายที่รุนแรงบางรายต้องเจาะปอดหรือผ่าตัดรักษา ซึ่งสร้างภาระต่อทั้งครอบครัวและระบบสาธารณสุขอย่างมาก


◤ ชี้วัคซีน IPD มีหลักฐานทั่วโลก ไม่จำเป็นต้อง “นำร่อง”


ต่อคำถามว่าการจำกัดวัคซีนเฉพาะพื้นที่นำร่องเหมาะสมหรือไม่ ศ.พญ.กมลวิช แสดงความเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัสมีหลักฐานเชิงประจักษ์จากหลายประเทศทั่วโลกมายาวนานว่า สามารถลดอัตราป่วยและเสียชีวิตในเด็กได้อย่างชัดเจน


“วัคซีนตัวนี้ทั่วโลกใช้มานาน 20–30 ปีแล้ว และพิสูจน์แล้วว่าป้องกันโรครุนแรงได้จริง เราไม่จำเป็นต้องนำร่องอีก เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มีอยู่แล้ว” เธอกล่าว


◤ เด็กไทย “เสียโอกาส” หากยังไม่ให้สิทธิถ้วนหน้า


ศ.พญ.กมลวิช ระบุว่า ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่ยังไม่ให้วัคซีนชนิดนี้ในระบบสาธารณสุข ทำให้เด็กไทยอาจเสียโอกาสในการป้องกันโรครุนแรงที่สามารถป้องกันได้


“ยิ่งให้วัคซีนเร็ว เด็กก็ยิ่งมีภูมิคุ้มกันเร็ว และปลอดภัยจากโรครุนแรงได้เร็วขึ้น เราไม่ควรรอให้เกิดเคสหนักก่อนแล้วค่อยรักษา” เธอกล่าว


◤ ต้นทุนวัคซีนไม่สูง หากจัดซื้อรวมในระบบหลักประกันสุขภาพ


ในด้านต้นทุน ศ.พญ.กมลวิช ชี้ว่า ปัจจุบันวัคซีน IPD ในภาคเอกชนมีราคาหลักพันบาทต่อเข็ม ทำให้ครอบครัวบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่หากรัฐจัดซื้อในปริมาณมากผ่านระบบหลักประกันสุขภาพ จะทำให้ราคาลดลงเหลือเพียงหลักร้อยบาทต่อเข็ม และใช้เพียง 2–3 เข็มในช่วงปีแรกของชีวิต ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาและการดูแลผู้ป่วยพิการระยะยาว


◤ ย้ำระบบบริการพร้อมฉีด ไม่ซับซ้อน


เธอยังย้ำว่า ระบบบริการสาธารณสุขไทยมีความพร้อมในการให้วัคซีนดังกล่าว ทั้งโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน และสถานีอนามัย เนื่องจากเป็นวัคซีนที่มีการจัดเก็บและการให้บริการไม่ซับซ้อน


“ไม่ใช่วัคซีนที่ต้องใช้ระบบซับซ้อน ใคร ๆ ก็ฉีดได้ ขอเพียงมีงบประมาณและจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ” ศ.พญ.กมลวิช กล่าว


◤ เรียกร้องให้เร่งให้วัคซีนถ้วนหน้า ลดภาระครอบครัวและรัฐ


ท้ายที่สุด ศ.พญ.กมลวิช ระบุว่า การป้องกันโรคด้วยวัคซีนมีความคุ้มค่ากว่าการรักษา โดยเฉพาะในบริบทประเทศไทยที่อัตราการเกิดลดลง เด็กทุกคนจึงมีคุณค่า และไม่ควรต้องเผชิญความเสี่ยงต่อความพิการจากโรคที่สามารถป้องกันได้


“ทุกครั้งที่เห็นเด็กป่วยหนัก หมอก็คิดถึงวัคซีนทันที เพราะหากได้รับตั้งแต่แรก อาการอาจไม่รุนแรงขนาดนี้ การลงทุนป้องกันด้วยวัคซีนไม่กี่ร้อยบาทต่อคน จะช่วยลดภาระของครอบครัวและภาระงบประมาณรัฐในระยะยาวได้อย่างมาก” เธอกล่าว


พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาให้วัคซีนป้องกันโรค IPD เป็นสิทธิประโยชน์ถ้วนหน้าโดยเร็ว เพื่อให้เด็กไทยได้รับการป้องกันอย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่นำร่อง.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัตรทอง ใช้งบผิดทาง ปลายปิดกับรพ.ใหญ่ ปลายเปิดกับร้านยา

“โรงพยาบาลท่าตูม” แนวรับด่านใหม่ – รองรับผู้ป่วยชายแดนกว่า 170 ราย หลัง รพ.แนวปะทะต้องปิดบริการ

หวั่น ‘รพ.รัฐ’อาจถูก สปสช. เรียกเงินคืน 4,000 ล้าน เตรียมรับผลกระทบการรักษา