บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มีนาคม, 2026

กรุงเทพฯ ไร้เจ้าภาพดูแลผู้ป่วยระยะท้าย “คนจนเมือง” เสี่ยงหลุดจากสิทธิ “ตายดี”

รูปภาพ
กลุ่ม PEACEFUL DEATH   เสนอรัฐออกแบบระบบเชื่อม Nursing Home พร้อมแรงจูงใจที่เป็นธรรม มอง “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” แต่ระบบยังตั้งรับไม่ทัน  ชี้ ต้องลงทุนดูแลก่อนติดเตียง-คุยวาระสุดท้ายตั้งแต่ยังตัดสินใจได้  วรรณา จารุสมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาชุมชนกรุณา และประธานกลุ่ม PEACEFUL DEATH ให้สัมภาษณ์ The Active ฉายภาพความเปราะบางของระบบดูแลผู้สูงอายุใน “กรุงเทพมหานคร” ว่าเมืองหลวงยังขาด “เจ้าภาพ” ที่ชัดเจนในการรับผิดชอบกลุ่มผู้มีภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยระยะท้าย ส่งผลให้การเข้าถึงการดูแลแบบประคับประคองยังคงขึ้นอยู่กับเครือข่ายและทรัพยากรส่วนบุคคล “วันนี้มันเป็นการดิ้นรนเอาตัวรอด ใครรู้จักโรงพยาบาลไหน มีคอนเนกชันกับใคร ก็ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่คนจนเมืองหรือคนที่อยู่ลำพังจะลำบากมาก เพราะขาดทั้งทรัพยากรและโอกาส” รู้ว่ามีสิทธิ์ก็ยังเข้าไม่ถึง แม้แนวคิดเรื่องการดูแลแบบประคับประคองและการวางแผนดูแลล่วงหน้า (Advance Care Planning) จะเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้กระทั่งว่าตนเองมีสิทธิ์เข้าถึงบริการเหล่านี้ อ.วรรณา ระบุว่า “อย่าว่าแต่การต...

จับนโยบายดูแลผู้ป่วยระยะท้าย “จ้าง CG 18,000 คน” กับ “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา”

รูปภาพ
“สปสช.” ขอขยายเวลาจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มอีก 8,000 คน ถึง มิ.ย. 69 – ย้ำพิจารณาไม่ให้ซ้ำซ้อนนโยบาย 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา รมว.สธ. ชี้อนาคตสุขภาพไทยต้องแก้เชิงโครงสร้าง ดูแลผู้สูงวัย-เพิ่มคุณภาพเด็กเกิดใหม่ ควบคู่ลงทุนเทคโนโลยีการแพทย์ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าร่างประกาศหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver หรือ CG) ซึ่งเป็นนโยบายช่วงที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รมว.สธ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการขยายระยะเวลาใช้งบประมาณกลาง ซึ่งเดิมกำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยจะขยายออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 นพ.จเด็จ ระบุว่า เป้าหมายการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุอยู่ที่กว่า 18,000 คน ปัจจุบันจ้างไปแล้วประมาณ 10,000 คน ยังเหลืออีกเกือบ 8,000 คน จึงจำเป็นต้องขอความเห็นชอบเพื่อขยายระยะเวลาการจ้างงานให้สอดคล้องกับกรอบงบประมาณที่ขยายออกไป เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนดำเนินต่อเนื่องไม่สะดุด พิจารณาความซ้ำซ้อนกับ “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา” #เก็บตกจากวชิรวิทย์    ถามว่านโยบายดังกล่าวจะซ้ำซ้อนกับนโยบาย...

อะไรคือสาเหตุที่ต้องแยก “ค่าแรง” ออกจากค่า “AdjRW”

รูปภาพ
  “เราจึงตัดเงินเดือนออกมาก่อน แล้วจัดสรรงบค่าบริการตามภาระงานจริง เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นธรรมมากขึ้น” ปลัด สธ. ระบุ ปีงบประมาณ 2569 กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. ปรับวิธีคำนวณงบ “ผู้ป่วยใน” บัตรทอง โดยแยก ‘ค่าแรงบุคลากร’ ออกจากการคำนวณค่า RW (Relative Weight) เพื่อสะท้อนต้นทุนการรักษาที่แท้จริง ส่งผลให้ฐานการจ่าย (Base Rate) ต่อ 1 AdjRW ลดลงจาก 8,350 บาท เหลือประมาณ 3,505 บาท หลังหักส่วนเงินเดือนออกจากระบบคำนวณ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข    อธิบายถึงแนวคิดการแยกค่าแรงบุคลากรออกจากการคำนวณ Adjusted RW ว่าเนื่องจากแต่ละโรงพยาบาลมีโครงสร้างข้าราชการแตกต่างกัน บางแห่งมีบุคลากรจำนวนมาก หรือมีสัดส่วนข้าราชการอาวุโสสูง ส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงไม่เท่ากัน หากรวมค่าแรงไว้ใน RW จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบ “เราจึงตัดเงินเดือนออกมาก่อน แล้วจัดสรรงบค่าบริการตามภาระงานจริง เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นธรรมมากขึ้น” นพ.สมฤกษ์ ระบุ รูปแบบดังกล่าวจะช่วยให้การจัดสรรงบสะท้อนภาระบริการจริงของแต่ละโรงพยาบาล ไม่ถูกบิดเบือนด้วยโครงสร้างบุคลากรที่ต่างกัน ◤  เตรียมดันค่า RW ปี 70 เป...

หน่วยนวัตกรรมบัตรทอง เบิกงบฯ ปี 69 ไปแล้ว 94.3% เหลือ 214 ล้านบาท!

รูปภาพ
“พยาบาล–เวชกรรม–ทันตกรรม” ใช้เกือบเต็มกรอบ “พัฒนา” ย้ำงบจำกัดแต่ไม่หยุดบริการ คุมเข้มคลินิกหน่วยนวัตกรรม เร่งรีแอคติเวต–ใช้สแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ สกัดเบิกจ่ายไม่ตรงจริง สั่งเปิดข้อมูลหน่วยบริการ–ผู้รับบริการ ประเมินการกระจายงบและควบคุมค่าใช้จ่าย ย้ำไม่หยุดบริการแม้งบจำกัด นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการกำกับดูแล “คลินิกหน่วยนวัตกรรม” หรือที่เรียกว่า 7 นางฟ้า ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.​69 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ขณะนี้กระบวนการควบคุมและคัดกรองหน่วยบริการที่ขอ “reactivate” หรือกลับเข้าสู่ระบบ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และมีหน่วยบริการกลับเข้ามาดำเนินการใหม่ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด รมว.สธ. กล่าวว่า การรีแอคติเวตครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ และคัดกรองหน่วยที่ไม่ได้ให้บริการจริงออกจากระบบ เพื่อให้เหลือเฉพาะคลินิกที่มีตัวตน ให้บริการจริง และมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนด ใช้สแกนใบหน้า–ลายนิ้วมือ ปิดช่องโหว่สวมสิทธิ มาตรการสำคัญที่นำมาใช้คือ การยืนยันตัวตนด้วยการสแกน...