คลินิกฯ เผย กทม.แบกรับผู้ป่วยหนักจากต่างจังหวัด งบไม่พอ – คลินิกเริ่มล้ม
สมาคมคลินิกชุมชนอบอุ่นฯ ชี้ “งบผู้ป่วยใน“ กองทุนบัตรทอง กทม. สูงผิดปกติ” สะท้อนภาระรับคนไข้ข้ามจังหวัด!
วันที่ 24 มี.ค. 69 ศรินทร สนธิศิริกฤตย์ เจ้าของคลินิกเวชกรรมอารีรักษ์ เขตคลองเตย และสมาชิกสมาคมคลินิกชุมชนอบอุ่น เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ถึงโครงสร้างงบประมาณระบบหลักประกันสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ข้อมูลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สะท้อนความ “ผิดปกติ” ของระบบ โดยพบว่างบผู้ป่วยใน (IP) ของกรุงเทพฯ สูงกว่าผู้ป่วยนอก (OP) ถึง 2.5 เท่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับโครงสร้างบริการปฐมภูมิ
โดยพบข้อมูลว่า ปัจจุบันงบประมาณผู้ป่วยใน (IPD) ของ กทม. พุ่งสูงถึง 4,316 ล้านบาท ในขณะที่งบผู้ป่วยนอก (OP) กลับมีเพียง 1,761 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างกันถึง 2.5 เท่า ซึ่งเกิดจากงบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) ไปไม่ถึงหน่วยบริการอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้ระบบป้องกันโรคล้มเหลว เมื่อผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่ต้นทาง (OP ต่ำที่สุด) คนไข้จึงเข้าสู่ภาวะป่วยหนักมากขึ้น โรงพยาบาลใหญ่จึงต้องแบกรับภาระเกินขีดจำกัด และดันให้งบ IPD สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
◤ กทม.แบกรับผู้ป่วยหนักจากต่างจังหวัด
ในขณะเดียวกัน ศรินทร ยังมองว่าการที่กรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางรับรักษาผู้ป่วยอาการหนักจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ถูกย้ายสิทธิการรักษาเข้ามา เพื่อให้บุตรหลานที่ทำงานในเมืองสามารถดูแลได้สะดวก
ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักไม่ได้เข้าสู่ระบบปฐมภูมิก่อน แต่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที เช่น กรณีปอดบวม ผ่าตัดสะโพก หรือโรครุนแรงอื่น ๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อรายสูงมาก และกลายเป็นภาระที่ตกกับหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่
“คนไข้ที่ย้ายเข้ามา ไม่ใช่คนไข้ทั่วไป แต่เป็นเคสหนัก ค่าใช้จ่ายต่อรายอาจสูงถึงหลักแสนบาท ขณะที่งบเหมาจ่ายรายหัวที่คลินิกได้รับเพียงประมาณ 1,000 บาทต่อคนต่อปี” ศรินทรกล่าว
◤ งบไม่พอ – คลินิกเริ่มล้ม
เธอระบุว่า ปัจจุบันคลินิกในกรุงเทพฯ เผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก โดยงวดการจ่ายเงินล่าสุด มีคลินิกถึงประมาณ 75% ที่ไม่ได้รับงบจาก สปสช. เลยแม้แต่บาทเดียว ส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงที่คลินิกจำนวนมากจะต้องปิดตัวภายในปีนี้
“หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป อาจเหลือคลินิกที่อยู่ได้ไม่ถึง 25%” เธอกล่าว
◤ ค่าหัว “สูงกว่าเล็กน้อย” แต่ไม่สะท้อนต้นทุนจริง
แม้ในทางนโยบาย กรุงเทพฯ จะได้รับงบเหมาจ่ายรายหัวสูงกว่าต่างจังหวัดเล็กน้อย (ประมาณ 3–5 บาทต่อคน) แต่ศรินทรมองว่าไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับภาระต้นทุนจริง
โดยเฉพาะงบผู้ป่วยนอก (OP) ที่คลินิกได้รับจริงเฉลี่ยเพียง 50–60 บาทต่อหัวต่อครั้ง และยังต้องถูกหักค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าส่งต่อ (refer) ค่าบริการฉุกเฉิน และบริการข้ามหน่วย ส่งผลให้เงินที่เหลือไม่ครอบคลุมต้นทุนการให้บริการ
◤ ชี้ปัญหา “ส่งต่อ = ขาดทุน”
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือระบบการส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งทำให้คลินิกต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่โรงพยาบาลมีการนัดตรวจถี่ เช่น ทุก 3 วัน หรือทุกเดือน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสะสมสูง
“มีบางเคสที่คลินิกต้องจ่ายค่ารักษาแทนผู้ป่วยเป็นแสนบาท ทั้งที่ได้รับงบรายหัวทั้งปีเพียงหลักพัน” เธอกล่าว
◤ เสนอปรับสูตรจ่ายเงิน – เพิ่มงบ กทม.
ศรินทรเสนอว่า สปสช. ควรปรับสูตรการจัดสรรงบใหม่ โดยคำนึงถึงภาระจริงของพื้นที่เมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีผู้ป่วยหนักจำนวนมาก
ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่
• ปรับอัตรางบผู้ป่วยนอก (OP) ให้สอดคล้องกับภาระโรค อาจต้องสูงกว่าต่างจังหวัดถึง 2–3 เท่า
• ปรับงบส่งเสริมป้องกัน (PP) เช่น การเยี่ยมบ้าน ให้สะท้อนต้นทุนจริง เช่น เพิ่มค่าบริการจาก 500 บาทต่อรายต่อเดือน
• ปรับค่าใช้จ่ายให้ครอบคลุมต้นทุนบุคลากร ค่าเดินทาง และค่าวัสดุ
◤ กังวล “New Model” เปิดช่องต่อรองไม่เป็นธรรม
สำหรับแนวคิด “New Model” ที่ สปสช. อยู่ระหว่างผลักดัน ซึ่งจะแยกงบ OP และ PP ออกจากกัน ศรินทรระบุว่า แม้จะเห็นด้วยในหลักการ แต่ยังกังวลในรายละเอียด โดยเฉพาะแนวทางที่เปิดให้โรงพยาบาลและคลินิกไปเจรจาต่อรองงบกันเอง
“ต้นทุนคลินิกใกล้เคียงกัน แต่ให้แต่ละแห่งไปต่อรองเอง อาจเกิดความไม่เป็นธรรม” เธอกล่าว
พร้อมย้ำว่า คลินิกควรมีคู่สัญญาโดยตรงกับ สปสช. ไม่ใช่ผ่านโรงพยาบาล เพื่อป้องกันปัญหาการค้างจ่ายและข้อพิพาททางกฎหมาย
◤ แนะกำหนด “ราคากลาง” และล็อกงบขั้นต่ำ
ศรินทรเสนอให้กำหนด “ราคากลาง” สำหรับบริการปฐมภูมิ เช่น ค่า OP ควรอยู่ที่อย่างน้อย 50–70 บาทต่อหัว และต้องเป็นอัตราที่ “คงที่” ไม่ถูกปรับลดภายหลัง
“ถ้าต่ำกว่า 50 บาท คลินิกอยู่ไม่ได้แน่นอน เพราะต้นทุนค่าเช่า ค่าบุคลากรในกรุงเทพฯ สูงกว่าพื้นที่อื่นมาก” เธอกล่าว
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ สปสช. กำหนดขอบเขตบริการที่ชัดเจนในแต่ละระดับ ตั้งแต่ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เพื่อป้องกันปัญหาการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น เช่น การตรวจแล็บหรือ MRI ที่ไม่จำเป็น.
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์ #ThaiPBS

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น