เด็กนับร้อยชีวิต รอพิสูจน์ตัวตน ท่ามกลางความสัมพันธ์ข้ามแดนที่ซับซ้อน
ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านเลตองคุ สะท้อนปัญหา “เด็กไร้สัญชาติชายแดน” ชี้การศึกษาไร้พรมแดน แต่สถานะต้องเดินตามกฎหมาย
ต่อเนื่องจากประเด็นด้านสาธารณสุข ยังมีประเด็นการศึกษากับสถานการณ์เด็กไร้สัญชาติในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ที่ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายของระบบการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่มีลักษณะคล้ายกับที่ รพ.อุ้มผาง ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลอย่างบ้านเลตองคุ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยังคงทำหน้าที่เป็น “พื้นที่โอกาส” ให้กับเด็กทุกคน ซึ่งอยู่ในสายพระเนตรพระกรรณ ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ มาโดยตลอด
จ.ส.ต.จตุพงษ์ วิไลบรรเจิดกร ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุ เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ว่า ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 571 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
● กลุ่มแรก เป็นเด็กที่มีสัญชาติไทยและมีบัตรประชาชน
● กลุ่มที่สอง เป็นเด็กที่ไม่มีสัญชาติ แต่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านมาเป็นเวลานาน ทว่ายังไม่มีสถานะทางทะเบียน
● กลุ่มที่สาม เป็นเด็กพักนอนในโรงเรียน จำนวนประมาณ 90 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และยังไม่มีสัญชาติ
สำหรับเด็กที่ไม่มีสัญชาติ โรงเรียนจะประสานดำเนินการขอ “เลขประจำตัว G” ซึ่งเป็นเลขสำหรับใช้ในการศึกษา โดยออกให้ผ่านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้เด็กสามารถเข้าถึงการเรียนได้ แม้ยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย
ครูใหญ่ระบุว่า ปัจจุบันมีเด็กที่อยู่ระหว่างการสำรวจสถานะเพื่อเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎร และขอ “บัตรเลข 0” มากกว่า 100 คน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการพัฒนาไปสู่การมีบัตรประชาชนในอนาคต
◤ ชายแดน-ความสัมพันธ์ข้ามฝั่ง ต้นตอปัญหาสถานะ
จ.ส.ต.จตุพงษ์ อธิบายว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาเด็กไร้สัญชาติในพื้นที่ มาจากบริบทชายแดนที่ชุมชนสองฝั่งมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ทั้งในเชิงเครือญาติและการทำมาหากิน
“ชาวบ้านจำนวนมากมีญาติอยู่ทั้งสองฝั่ง บางครอบครัวไปทำกินอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้ในอดีตเกิดปัญหาตกสำรวจ หรือไม่ได้แจ้งเกิด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล”
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เนื่องจากประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขมากขึ้น โดยหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะมาฝากครรภ์ที่สถานบริการในพื้นที่ ทำให้เด็กที่เกิดใหม่ได้รับใบแจ้งเกิด และมีโอกาสเข้าสู่ระบบทะเบียนได้ง่ายขึ้น
◤“การศึกษาไม่มีพรมแดน” ภารกิจ รร.ตชด.
ครูใหญ่โรงเรียน ตชด. ย้ำว่า บทบาทของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ไม่ได้จำกัดเฉพาะการจัดการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ชายแดน
“โรงเรียน ตชด. ถูกตั้งขึ้นเพื่อทั้งเรื่องความมั่นคง และให้โอกาสเด็กที่เข้าไม่ถึงการศึกษา เด็กทุกคนถ้าอยากเรียนต้องได้เรียน เรื่องสัญชาติเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่ต้องดำเนินไปตามกฎหมาย”
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ภารกิจของตำรวจตระเวนชายแดนมี 3 ด้านหลัก คือ การป้องกันประเทศ การบังคับใช้กฎหมาย และการพัฒนาชุมชน ซึ่งต่อมาได้ขยายบทบาทสู่การจัดการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล
◤ เสียงจากพื้นที่ ภาษีไทย vs สิทธิการศึกษา
ต่อคำถามเรื่องการใช้งบประมาณรัฐในการดูแลเด็กที่ยังไม่มีสัญชาติ ครูใหญ่ระบุว่า บริบทพื้นที่ชายแดนไม่สามารถมองแบบ “คนไทย-ต่างด้าว” ได้อย่างชัดเจน
“เด็กส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์กะเหรี่ยง มีความเชื่อมโยงกันทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่ว่าจะเป็นต่างด้าวทั้งหมด การศึกษาไม่ควรมีพรมแดน เรามีหน้าที่ให้โอกาสเขา ส่วนเรื่องสถานะเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย”
โรงเรียนยังมีบทบาทช่วยอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร เช่น การรับรองสถานะนักเรียน เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสถานะทางทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ
◤ ปลายทางยังไม่ชัด แต่โอกาสต้องมาก่อน
แม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กทุกคนจะได้รับสัญชาติไทยในอนาคต แต่กระบวนการสำรวจและพัฒนาสถานะยังคงเดินหน้า โดยมีทั้งหน่วยงานฝ่ายปกครองและบุคลากรสาธารณสุขเข้ามาร่วมดำเนินการ
ในมุมของโรงเรียน สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การให้โอกาสทางการศึกษา” เพื่อวางรากฐานชีวิตให้เด็ก ไม่ว่าปลายทางด้านสถานะจะเป็นอย่างไร
ปัญหาเด็กไร้สัญชาติไม่ใช่เพียงเรื่องกฎหมาย แต่เป็นผลลัพธ์ของประวัติศาสตร์ การเคลื่อนย้าย และความสัมพันธ์ของผู้คนสองฝั่งแดน ที่ยังคงต้องการนโยบายและความเข้าใจอย่างรอบด้านในการแก้ไข.
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์ #ThaiPBS
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น