บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ คนไร้สถานะ

นักนิติศาสตร์ชี้ วิกฤต รพ.ชายแดนต้องมี “กฎหมาย-งบเฉพาะ” รับภาระข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืน

รูปภาพ
ม.ธรรมศาสตร์ เสนอแก้ปัญหาเชิงระบบ ชี้ “สถานะบุคคล” คือรากเหง้าวิกฤต ทำคนไทยตกหล่นจากสิทธิรักษา ขณะโรงพยาบาลแบกภาระค่ารักษาเอง พร้อมเรียกรัฐออกแบบกลไก เฉพาะด้านงบประมาณ บุคลากร และการจ้างงาน เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน เสริมความมั่นคงสุขภาพชายแดนในระยะยาว เมื่อเร็วๆ นี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายแพ่ง เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่โรงพยาบาลท่าสองยาง จังหวัดตาก กับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือจากหลายสถาบันการศึกษา เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาเชิงระบบของโรงพยาบาลชายแดน ทั้งในมิติด้านกฎหมาย การบริหารจัดการ และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ คณะทำงานประกอบด้วยหลายทีม โดยทีมจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านศูนย์นิติศาสตร์ ทำหน้าที่ตรวจสอบและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการจ้างงานบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนและในศูนย์พักพิง เพื่อให้สัญญาจ้างและกระบวนการจ้างงานเป็นไปตามกฎหมาย คุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานผ...

“ปัญหาสถานะบุคคล” คือรากเหง้าวิกฤต รพ.ชายแดน ทำคนไทยตกหล่น-โรงพยาบาลแบกภาระค่ารักษา

รูปภาพ
ดร.พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ว่าการทำความเข้าใจปัญหาของโรงพยาบาลชายแดน จำเป็นต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจ “บริบทของคน” และ “โครงสร้างประชากร” ในพื้นที่ชายแดนเสียก่อน เพราะภาระที่โรงพยาบาลต้องเผชิญ ไม่ได้เกิดจากระบบสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาสถานะบุคคล สัญชาติ และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนด้านตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะจากการติดกับประเทศเมียนมา ที่เผชิญความขัดแย้งและความไม่สงบมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามพรมแดนอยู่ตลอดเวลา ทั้งผู้หนีภัยจากการสู้รบ ผู้ป่วยที่ต้องการเข้าถึงบริการสุขภาพ และแรงงานข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม ดร.พวงรัตน์ ย้ำว่า ภาพของประชากรชายแดนไม่ได้มีเพียง “คนต่างด้าว” หรือ “ผู้ลี้ภัย” เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มประชากรอีกจำนวนมากที่มีความผูกพันกับประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง และบางส่วนมีสิทธิในสัญชาติไทยตามกฎหมาย เพียงแต่ยังไม่ได้รับการรับรองสถานะอย่างสมบูรณ์ ◤ 2 กลุ่มสำคัญที่มักถูกมองข้าม ดร.พวงรัตน์ อธิบาย...

“นายอำเภออุ้มผาง” แจงปมสถานะบุคคลชายแดน

รูปภาพ
 ย้ำต้องเดินตามกฎหมายทุกขั้นตอน เร่งสะสางค้างเก่า-เดินหน้าพิสูจน์สิทธิ์อย่างเป็นระบบ  วานนี้ (30 เม.ย. 69) นายมาโนช โพธิ์เนียม นายอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ให้สัมภาษณ์ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ถึงการดำเนินงานด้านทะเบียนราษฎรและการพิสูจน์สถานะบุคคลในพื้นที่ชายแดนว่า อำเภออุ้มผางมีลักษณะพิเศษ ทั้งด้านภูมิประเทศและโครงสร้างประชากร หลายหมู่บ้านตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกือบ 100 กิโลเมตร บางแห่งอยู่ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ทำให้การเข้าถึงบริการของรัฐเป็นไปด้วยความยากลำบาก ที่ผ่านมา อำเภอจึงต้องจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ออกไปให้บริการถึงพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน การต่ออายุบัตร และงานทะเบียนราษฎรอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งในแต่ละปีจะมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีประชาชนที่บัตรหมดอายุครบกำหนด 8 ปี “บางหมู่บ้าน คนเกิดมาไม่เคยเดินทางเข้าอำเภอเลย เพราะอยู่ห่างไกลมาก เราจึงต้องนำบริการของรัฐเข้าไปหาเขา ไม่ใช่รอให้เขาเดินทางมาหาเรา” นายมาโนชกล่าว สำหรับประชาชนสัญชาติไทยในพื้นที่ ปัญหาส่วนใหญ่พบในเรื่องการแจ้งเกิดล่าช้า หรือไม่ได้แจ...

เด็กนับร้อยชีวิต รอพิสูจน์ตัวตน ท่ามกลางความสัมพันธ์ข้ามแดนที่ซับซ้อน

รูปภาพ
  ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านเลตองคุ สะท้อนปัญหา “เด็กไร้สัญชาติชายแดน” ชี้การศึกษาไร้พรมแดน แต่สถานะต้องเดินตามกฎหมาย ต่อเนื่องจากประเด็นด้านสาธารณสุข ยังมีประเด็นการศึกษากับสถานการณ์เด็กไร้สัญชาติในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ที่ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายของระบบการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่มีลักษณะคล้ายกับที่ รพ.อุ้มผาง ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลอย่างบ้านเลตองคุ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยังคงทำหน้าที่เป็น “พื้นที่โอกาส” ให้กับเด็กทุกคน ซึ่งอยู่ในสายพระเนตรพระกรรณ ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ มาโดยตลอด จ.ส.ต.จตุพงษ์ วิไลบรรเจิดกร ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุ เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ว่า ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 571 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ● กลุ่มแรก เป็นเด็กที่มีสัญชาติไทยและมีบัตรประชาชน ● กลุ่มที่สอง เป็นเด็กที่ไม่มีสัญชาติ แต่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านมาเป็นเวลานาน ทว่ายังไม่มีสถานะทางทะเบียน ● กลุ่มที่สาม เป็นเด็กพักนอนในโรงเรียน จำนวนประมาณ 90 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์กะ...